วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560

เครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon สำหรับคูเวตเข้าสู่สายการผลิตแล้ว

Production started for the Eurofighter Typhoon for the State of Kuwait
With the innovative Captor-E E-Scan radar and several new additions to the weapon system, the aircraft will put the Kuwait Air Force at the front-line of the fighter technology when the aircraft enters into service.
https://www.eurofighter.com/news-and-events/2017/12/production-started-for-the-eurofighter-typhoon-for-the-state-of-kuwait

ตามการลงนามสัญญาจัดหาของรัฐคูเวต กับบริษัท Leonardo อิตาลีและกลุ่มบริษัทหุ้นส่วนของ Eurofighter อื่นๆในปี 2016 สายการผลิตของเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon จำนวน 28เครื่องสำหรับกองทัพอากาศคูเวต(Kuwait Air Force)ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ที่จะเป็นเครื่องบินขับไล่ Typhoon รุ่นที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดที่เคยสร้างมา ด้วยชุดขีดความสามารถที่จะสร้างขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพจากโครงการขยายขีดความสามารถที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ด้วยนวัตกรรม Radar AESA(Active Electronically Scanned Array Radar) แบบ Captor-E และระบบอาวุธเพิ่มเติมอีกหลายรายการ เครื่องขับไล่ Typhoon จะผลักดันให้กองทัพอากาศคูเวตอยู่ในแถวหน้าของวิทยาการเครื่องบินขับไล่ เมื่อเครื่องได้เข้าประจำการ
งานการผลิตได้เริ่มต้นขึ้นในคำสั่งเพื่อสอดคล้องกับสัญญาและความคาดหมายของลูกค้า การจัดหาสิ่งอุปกรณ์ในระยะยาวได้มีการดำเนินการในทันที และห่วงโซ่อุปทานได้มีการรวบรวมขึ้นมาแล้ว

Giancarlo Mezzanatto รองประธานหน่วยโครงการ Eurofighter ของแผนกอากาศยานบริษัท Leonardo กล่าวว่า "งานการผลิตได้เริ่มต้นในครึ่งหลังปี 2016 และกำลังอยู่ในสายกับแผนพื้นฐาน และในบางกรณีได้เดินหน้าตามกำหนดการ
พื้นผิวปีกเครื่องของปีกด้านซ้ายที่สร้างโดย Leonardo อิตาลี และปีกด้านขวาที่สร้างโดย Airbus Defence & Space สเปน ปีกชุดแรกได้เสร็จพร้อมแล้ว และขั้นตอนการประกอบจะเริ่มต้นก่อนสิ้นปี2017"

"ส่วนลำตัวเครื่องด้านท้ายแรกกำลังเข้าสู่การเริ่มในขั้นตอนการประกอบระยะที่2 ที่ Leonardo ในต้นปี 2018 ขณะที่การประกอบระยะที่1 ได้ดำเนินการแล้วที่ BAE Systems สหราชอาณาจักร สำหรับ 5เครื่องแรก
ลำตัวเครื่องด้านกลางดำเนินการสร้างโดย Airbus Defence & Space เยอรมนี ที่จะเริ่มต้นครึ่งแรกปี 2018 ได้พร้อมที่จะดำเนินในขั้นการเตรียมการประกอบตามแผน" Mezzanatto กล่าว

แบบจำลองย่อส่วน และภาพวาดประกอบบนกำแพงได้แสดงว่า Eurofighter Typhoon มีขีดความสามารถในการจัดการกับสถานการณ์ที่หลายหลายรูปแบบพร้อมกันได้อย่างไร
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของส่วนจัดแสดงของ Eurofighter-Leonardo ในงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ Gulf Defence & Aerospace 2017(GDA 2017) ที่ Kuwait City ระหว่างวันที่ 12-14 ธันวาคมที่ผ่านมา

"ชุดขีดความสามารถสำหรับคูเวตจะร่วมการบูรณาการอาวุธปล่อยนำวิถีร่อน Storm Shadow, อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Brimstone และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นแบบอื่นๆ
คุณสมบัติเหล่านี้เสริมสร้างคุณลักษณะพหุบทบาทของเครื่องขยายระบบอาวุธในบทบาท ซึ่ง Typhoon ทำได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่ปี 2011 ในปฏิบัติการที่ลิเบีย จนถึงที่ซีเรียและอิรักในตอนนี้" Mezzanatto กล่าว

"การปรับแต่งนี้เล็งเห็นถึงการบูรณาของกระเปาะชี้เป้าหมาย Laser ขั้นก้าวหน้าใหม่(Lockheed Martin Sniper สหรัฐฯ) ที่จะขยายแบบกระเปาะชี้เป้าที่ Typhoon รองรับ,
การนำกระเปาะฝึกการรบ DRS-Cubic ACMI P5 มาใช้, การเพิ่มขีดความสามารถระบบช่วยนำร่อง(VOR) และ radar CAPTOR-E พร้อมสายอากาศแบบ repositioner" Mezzanatto กล่าว

การจัดตั้งโครงสร้างพื้นฐานในคูเวตเพื่อสนับสนุนปฏิบัติการของ Typhoon กำลังอยู่ในขั้นการดำเนินการตามแผน รายละเอียดการออกแบบได้เสร็จสิ้นพร้อมกับการสรุปผลชุดข้อมูลทั้งหมด โดยการก่อสร้างได้เริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2017 แล้ว
ทั้งนี้กองทัพอากาศคูเวตจะเริ่มได้รับมอบเครื่องบินขับไล่ Typhoon รุ่นที่นั่งเดี่ยว 22เครื่อง และรุ่นสองที่นั่ง 6เครื่องในปี 2019 โดยปัจจุบันคูเวตมีเครื่องบินขับไล่ Boeing F/A-18C/D อยู่ 34เครื่องซึ่งประจำการมาตั้งแต่ปี 1991-1993 ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560

จีนตั้งเป้าตลาดส่งออกแบบเรือดำน้ำใหม่ล่าสุด หลังประสบความสำเร็จกับไทยและปากีสถาน

China targets export market with latest submarine designs
The 1100T is a multirole diesel-electric submarine design that will be capable of performing a diverse range of missions, from anti-ship and submarine attack to patrol and reconnaissance. Source: Jane's sources
http://www.janes.com/article/76304/china-targets-export-market-with-latest-submarine-designs

ด้วยประสบการณ์นับหลายทศวรรษจากการออกแบบและสร้างเรือดำน้ำสำหรับกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน(PLAN: People’s Liberation Army Navy) กลุ่มอุตสาหกรรมทางเรือจีนนำโดย China Shipbuilding Industry Corporation(CSIC) รัฐวิสาหกิจทางเรือของรัฐบาลจีน
กำลังมองหาการขยายการนำเสนอแบบเรือดำน้ำสำหรับส่งออกที่จีนพัฒนาเองในระดับโลก หลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการได้รับการสั่งจัดหาเรือดำน้ำจากกองทัพเรือไทย(Royal Thai Navy) และกองทัพเรือปากีสถาน(Pakistan Navy)

ปากีสถานกำลังจัดหาเรือดำน้ำโจมตีตามแบบดีเซล-ไฟฟ้าแบบ S20P จำนวน 8ลำที่มีพื้นฐานจากเรือดำน้ำชั้น Type 039A(NATO กำหนดรหัสชั้น Yuan) ที่เรือชุดแรก 4ลำจะสร้างในจีนและเริ่มส่งมอบให้กองทัพเรือปากีสถานได้ในปี 2022
ขณะที่เรือชุดที่สองอีก 4ลำจะดำเนินการสร้างที่อู่เรือ Karachi Shipbuilding and Engineering Works (KSEW) ในปากีสถานโดยการถ่ายทอด Technology จากจีน

ขณะที่กองทัพเรือไทยได้ลงนามสัญญาจัดหาวงเงินเกือบ ๑๓,๕๐๐ล้านบาท($390 million) กับ China Shipbuilding and Offshore International Corporation(CSOC) ภาคส่วนการค้ายุทโธปกรณ์นานาชาติของ CSIC ในการจัดหาเรือดำน้ำโจมตีตามแบบดีเซล-ไฟฟ้าแบบ S26T ๑ลำ
ซึ่งเรือดำน้ำแบบ S26T มีพื้นฐานจากเรือดำน้ำชั้น Type 039B ที่เป็นเรือรุ่นที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดของเรือดำน้ำชั้น Yuan ที่สร้างเข้าประจำการในกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน โดยจะเข้าประจำการในกองทัพเรือไทยราวปี พ.ศ.๒๕๖๖(2023)

คาดว่ากองทัพเรือไทยจะมีการสั่งจัดหาเรือดำน้ำแบบ S26T เพิ่มอีก ๒ลำในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยที่ทางกองทัพเรือไทยตั้งเป้าที่จะมีเรือดำน้ำประจำครบทั้งชุดจำนวน ๓ลำภายในปี พ.ศ.๒๕๖๙(2026)
โดยโครงการจัดหาเรือดำน้ำของกองทัพเรือไทยจะมีวงเงินรวมทั้งหมดราว ๓๖,๐๐๐ล้านบาท($1.1billion) ถ้าหากการจัดซื้อที่มีตามมาจะมีผลเป็นรูปธรรมจริงๆ

"เป็นเวลาถึง 60ปีของการออกแบบและพัฒนาเรือดำน้ำที่เริ่มต้นจากชั้น Romeo, ชั้น Ming, ชั้น Song และชั้น Yuan จีนมีขีดความสามารถที่จะวิจัยและพัฒนาเรือดำน้ำด้วยตนเองอย่างอิสระ
รวมถึงการออกแบบและสร้างระบบเรือดำน้ำ และอุปกรณ์เกี่ยวข้องที่หลากหลายอย่างเต็มรูปแบบ, ระบบตรวจจับ และระบบอาวุธ" โฆษกของบริษัท CSOC กล่าวกับ Jane's

ตามข้อมูลจาก CSIC เรือดำน้ำแบบ S20 และเรือดำน้ำแบบ S26T เป็นการออกแบบด้วยตนเองของจีนโดยสมบูรณ์ ซึ่งยกระดับจากประสบการณ์ของบริษัทในการพัฒนาเรือดำน้ำชั้น Type 039A Yuan ซึ่งปล่อยเรือลงน้ำครั้งแรกที่อู่เรือ Wuchang ใน Wuhan เมื่อเดือนพฤษภาคม 2004
จากภาพที่พบเรือชั้น Yuan มี2-3รุ่นหลักคือ Type 039A รุ่นแรก, Type 039B ที่ปรับปรุงรูปแบบตัวเรือเล็กน้อยและเพิ่มระบบใหม่ๆ เช่น Sonar ข้างลำตัว และ Type 039B รุ่นปรับปรุง(หรือ Type 039C) ที่มีหอเรือทรงโค้งมนที่ดูจะได้รับอิทธิพลเรือดำน้ำโจมตีนิวเคลียร์ชั้น Virginia สหรัฐฯ

อย่างไรก็ตามสำหรับอนาคตนั้น CSIC จีนได้เปิดตัวแบบเรือดำน้ำใหม่สามแบบใหม่ ที่ตั้งเป้าหมายการพัฒนาออกแบบสำหรับการส่งออกต่างประเทศโดยตรง ซึ่งกำลังได้รับความสนใจมากขึ้นจากหลายประเทศทั่วโลก
ซึ่งจุดเปลี่ยนแปลงหลักคือแบบเรือดำน้ำใหม่ทั้งสามแบบนี้เป็นแบบตัวเรือชั้นเดียว(Single-Hull) เหมือนเรือดำน้ำตะวันตก ขณะที่ S20 และ S26T ที่มีพื้นฐานจากเรือชั้น Type 039A/B เป็นแบบตัวเรือสองชั้น(Double-Hull) เหมือนเรือดำน้ำชั้น Project 636 Improved Kilo รัสเซียที่ส่งออกไปในหลายประเทศ

ทั้งนี้บริษัท CSOC จีนได้เปิดตัวแบบจำลองและข้อมูลเรือดำน้ำใหม่ทั้งสามแบบที่ประกอบด้วย เรือดำน้ำแบบ S1100 ขนาดระวางขับน้ำ 1,100tons, แบบ S600 ขนาดระวางขับน้ำ 600tons และเรือดำน้ำขนาดเล็ก(Midget Submarine) แบบ MS200 ขนาดระวางขับน้ำ 200tons
เป็นครั้งแรกในงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ Defense and Security 2017 ตามที่ได้มีรายงานพิเศษถึงข้อมูลรายละเอียดของแบบเรือดำน้ำใหม่ดังกล่าวไปครับ(http://aagth1.blogspot.com/2017/11/csoc-s26t.html)

วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560

กองทัพอากาศเยอรมนีถูกกลาโหมบอกว่าควรจัดหาเครื่องบินขับไล่ Typhoon เพิ่มไม่ใช่ F-35

German MoD says Luftwaffe should get more Eurofighters, not F-35s
With Germany a partner nation and already operating the type, the Luftwaffe should procure additional Eurofighters to replace its Tornados, the MoD has said. Source: Airbus

The Luftwaffe service chief has said that he wants to replace the Tornado with the F-35, seen here in German markings at the recent Berlin Security Conference. (IHS Markit / Gareth Jennings)
http://www.janes.com/article/76326/german-mod-says-luftwaffe-should-get-more-eurofighters-not-f-35s

กระทรวงกลาโหมเยอรมนีได้โต้แย้งผู้บัญชาการกองทัพอากาศเยอรมนี(Luftwaffe) โดยประกาศว่าเครื่องบินขับไล่ Panavia Tornado ควรจะถูกแทนที่ด้วยเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon มากกว่าเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35A Lightning II Joint Strike Fighter(JSF) สหรัฐฯ
Reuters ได้รายงานเมื่อ 11 ธันวาคมว่า กระทรวงกลาโหมเยอรมนีได้แถลงจุดยืนว่าควรจะมีการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Typhoon เพิ่มเติมทดแทน Tornado ในปี 2025 โดยเครื่องบินขับไล่ Boeing F-15 Eagle และ F/A-18E/F Super Hornet สหรัฐฯจะเป็นอีกทางเลือกที่ต้องการ

การประกาศซึ่งมีรายงานมาจากจดหมายต่อสมาชิกรัฐสภาเยอรมันที่เป็นความขัดแย้งที่ตรงกันข้ามโดยตรงกับมุมมองที่แสดงโดยผู้บัญชาการทหารอากาศเยอรมนี พลอากาศโท Karl Muellner
ผู้ซึ่งกล่าวก่อนหน้านี้ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า ความชื่นชอบของเขาคือการจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35 เพื่อทดแทนเครื่องบินขับไล่ Tornado

"มุมมองที่ระบุมาจากผู้บัญชาการกองทัพอากาศว่า F-35 Lightning II มีความเหมาะสมเป็นพิเศษที่จะมาสืบทอดแทน Tornado นั้นไม่ใช่จุดยืนของรัฐบาลสหพันธรัฐเยอรมนี"
ข้อความของรองรัฐมนตรีกลาโหมเยอรมนี Ralf Brauksiepe ได้ถูกอ้างโดย Reuters ตามจดหมายในข้างต้น

จากการพูดในการสัมนาเครื่องบินขับไล่นานาชาติ IQPC International Fighter conference ที่ Berlin ก่อนหน้านี้ พล.อ.ท.Muellner กล่าวว่า F-35 จะทำให้เยอรมนีสามารถที่จะเติมเต็มสามเป้าหมายหลักสำหรับการทดแทน Tornado ของตนได้
ที่มันพร้อมจะตอบสนองตามความต้องการทางทหารของกองทัพอากาศเยอรมนี เสริมสร้างความร่วมมือกับกลุ่มยุโรปผ่านการทำงานร่วมกันกับประเทศลูกค้าอื่นๆ และช่วยให้เกิดสมดุลของดุลการค้าของเยอรมนีที่เกินดุลกับสหรัฐฯ

นายพล Muellner ย้ำว่าเครื่องที่จะมาแทน Tornado ต้องมีความสามารถครบครันทั้งภารกิจการตอบโต้ทางอากาศเชิงรุก(OCA: Offensive Counter Air) และการขัดขวางทางอากาศ(Air Interdiction), การกดดันระบบป้องกันภัยทางอากาศข้าศึก(SEAD: Suppression of Enemy Air Defences),
การสนับสนุนทางอากาศใกล้ชิด(CAS: Close Air Support), การลาดตระเวนทางยุทธวิธี(Tactical Reconnaissance), สงคราม Electronic(EW: Electronic Warfare) และการป้องปรามทางนิวเคลียร์(Nuclear Deterrent)

เครื่องบินขับไล่ใหม่ยังจะต้องตรงกับภัยคุกคามในอนาคต และสามารถอยู่รอดในสภาพแวดล้อมขัดแย้งรุนแรงด้วยการวางกำลังพร้อมวิทยาการที่ทำให้ถูกตรวจพบได้ยาก(Stealth) เช่นเดียวกับระบบตรวจจับและอาวุธพิสัยไกล
"กองทัพอากาศเยอรมนีพิจารณาขีดความสามารถของ F-35 ในฐานะมาตรฐานสำหรับขั้นตอนการเลือกเพื่อการทดแทน Tornado และผมคิดว่าผมได้แสดงออกชัดเจนเพียงพอว่าอะไรเป็นที่ชื่นชอบของกองทัพอากาศ" พลอากาศโท Muellner กล่าวครับ

วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560

กาตาร์ลงนามจัดหาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon อังกฤษ 24เครื่อง

Qatar agrees contract for Typhoon aircraft
BAE Systems and the Government of the State of Qatar have entered into a contract, valued at approximately 5 billion Pound, for the supply of Typhoon aircraft to the Qatar Emiri Air Force along with a bespoke support and training package.
http://www.baesystems.com/en/article/qatar-agrees-contract-for-typhoon-aircraft

บริษัท BAE Systems สหราชอาณาจักร และรัฐบาลกาตาร์ได้เข้าสู่การลงนามสัญญาวงเงินประมาณ 5 billion British Pound($6.7 billion) ในการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon 24เครื่องสำหรับกองทัพอากาศกาตาร์(Qatar Emiri Air Force)
พร้อมทั้งการสั่งชุดการสนับสนุนและการฝึกล่วงหน้า สัญญานี้มีหัวข้อเงื่อไขด้านเงินทุนและใบเสร็จการรับเงินโดยการจ่ายครั้งแรกของบริษัท ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นได้ภายในไม่เกินกลางปี 2018

ตามที่ก่อนหน้านี้กาตาร์ได้ลงนามจดหมายแสดงความจำนง(LOI: Letter of Intent) เพื่อจัดหาเครื่องบินขับไล่ Typhoon ต่อรัฐบาลสหราชอาณาจักรเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา(http://aagth1.blogspot.com/2017/09/eurofighter-typhoon.html)
โดยสัญญานี้จะมีการสร้างและจัดส่งเครื่องบินขับไล่ Typhoon Tranche 3 จำนวน 24เครื่องให้กองทัพอากาศกาตาร์ ที่คาดว่าจะดำเนินการส่งมอบได้ในปลายปี 2022

BAE Systems อังกฤษได้เป็นผู้รับสัญญาหลักสำหรับทั้งการให้บริการอากาศยานและการบรรลุข้อตกลงสำหรับการสนับสนับระหว่างประจำการและการจัดการฝึกเริ่มต้น โดย Charles Woodburn ผู้อำนวยการบริหาร BAE Systems กล่าวว่า
"เรามีความดีใจยิ่งที่ได้เริ่มต้นบทใหม่ในการพัฒนาความสัมพันธ์ระยะยาวกับรัฐกาตาร์และกองทัพกาตาร์ และเรามองไปข้างหน้าเพื่อทำงานร่วมกันกับลูกค้าของเราเช่นที่พวกกำลังดำเนินการพัฒนาขีดความสามารถทางทหารของตน"

Eurofighter Typhoon เป็นเครื่องบินขับไล่ที่ได้รับการสั่งจัดหาจากกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียในตะวันออกกลางหลายประเทศ เช่น กองทัพอากาศซาอุดิอาระเบีย(Royal Saudi Air Force) ที่เป็นลูกค้าส่งออกนอกยุโรปประเทศแรกที่ได้รับมอบครบ 72เครื่องแล้ว
กองทัพอากาศโอมาน(Royal Air Force of Oman)ซึ่งเพิ่งได้รับมอบ Typhoon ชุดแรกจากที่สั่งจัดหา 12เครื่องกับ BAE Systems ในปี 2017 นี้ และกองทัพอากาศคูเวต(Kuwait Air Force) ที่สั่งจัดหา 28เครื่องกับ Leonardo อิตาลี โดยจะได้รับมอบเครื่องชุดแรกในปี 2019

ทั้งนี้กาตาร์เพิ่งจะลงนามสัญญาจัดหาเครื่องบินขับไล่ Dassault Rafale ฝรั่งเศสเพิ่มอีก 12เครื่องจากที่สั่งจัดหาแล้ว24เครื่องรวมทั้งหมด 36เครื่อง(http://aagth1.blogspot.com/2017/12/rafale-12.html) เช่นเดียวกับเครื่องบินขับไล่ Boeing F-15QA(Qatar Advanced) สหรัฐฯ 36เครื่อง
ทำให้ในอนาคตกองทัพอากาศกาตาร์จะมีเครื่องบินขับไล่ใหม่ประจำการสามแบบรวมทั้งหมด 96เครื่อง ซึ่งจะมาทดแทนเครื่องบินขับไล่ Dassault Mirage 2000-5 จากฝรั่งเศส 12เครื่องที่มีอายุการใช้มานาน

แม้ว่าจะว่าจะยังไม่มีการกล่าวถึงในประกาศนี้ แต่มีการเปิดเผยความตั้งใจก่อนหน้านี้ว่ากองทัพอากาศกาตาร์มีความต้องการจะจัดหาเครื่องบินฝึกไอพ่น Hawk จาก BAE Systems จำนวน 6เครื่อง ที่น่าจะมาทดแทนเครื่องบินฝึก/โจมตีเบาไอพ่น Alpha Jet ที่มี 6เครื่องด้วย
ทั้งนี้ทาง BAE Systems กล่าวว่าโรงงานอากาศยานของบริษัท(Warton Aerodrome ใน Lancashire ที่เดียวกับ Typhoon แทน Brough Aerodrome ใน Yorkshire ที่จะปิดตัว)พร้อมที่จะเปิดสายการผลิตระดับต่ำทันทีที่มีการลงนามสัญญาจัดหาจากทางกาตาร์ครับ

วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560

บราซิลหวังจะซื้อเรือยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ HMS Ocean อังกฤษประจำการในปี 2018

Brazil hopes to buy, commission UK’s HMS Ocean by June 2018
The UK Royal Navy HMS Ocean helicopter carrier may next be heading to Brazilian service. (Crown Copyright/UK Ministry of Defence)
http://www.janes.com/article/76245/brazil-hopes-to-buy-commission-uk-s-hms-ocean-by-june-2018

Brazilian government authorises purchase of UK’s HMS Ocean
http://www.janes.com/article/76187/brazilian-government-authorises-purchase-of-uk-s-hms-ocean

กองทัพเรือบราซิล(Brazilian Navy) กำลังมองหาทางที่จะประจำการเรือยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์(LPH: Landing Platform Helicopter) L12 HMS Ocean กองทัพเรือสหราชอาณาจักร(Royal Navy) ในเดือนมิถุนายน 2018 ตามที่ Jane's ได้ข้อมูลเมื่อวันที่ 6ธันวาคมที่ผ่านมา
กองทัพเรือบราซิลได้รับการอนุมัติที่จะเจรจากับสหราชอาณาจักรสำหรับการจัดหาเรือยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ HMS Ocean วงเงิน 84.6 million British Pound($113 million) โดยการอนุมัติจากกระทรวงกลาโหมบราซิลมีขึ้นเมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา

กองทัพเรือบราซิล(Marinha do Brasil)ได้ร้องขอการอนุมัติจัดซื้อเรือยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ L12 HMS Ocean ต่อจากอังฤษ หลังจากที่ตัดสินใจปลดประจำการเรือบรรทุกเครื่องบิน A12 NAe Sao Paulo ของตน
ที่เดิมคือเรือบรรทุกเครื่องบิน Foch กองทัพเรือฝรั่งเศสที่ประจำการครั้งแรกในปี 1963 ที่บราซิลจัดหามาในปี 2000 โดยมีอายุการใช้งานตัวเรือเกิน 54ปี และปัจจุบันอยู่ในสถานะไม่ออกเรือปฏิบัติการแล้ว(http://aagth1.blogspot.com/2017/02/sao-paulo.html)

ตามแผนยุทธศาสตร์ของกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักร กองทัพเรืออังกฤษกล่าวว่าเรือ LPH HMS Ocean ที่ประจำการมาตั้งแต่ 30 กันยายน 1998 จะพร้อมเสนอขายให้มิตรประเทศหลังจากปลดประจำการโดยไม่มีเรือแบบเดียวกันมาทดแทนในเดือนมีนาคม 2018
โดยกองทัพเรือสหราชอาณาจักรเพิ่งจะทำพิธีขึ้นระวางประจำการเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Queen Elizabeth ลำแรกคือ R08 HMS Queen Elizabeth ไปเมื่อ 7 ธันวาคม ที่ผ่านมา และลำที่สอง R09 HMS Prince of Wales ที่ทำพิธีตั้งชื่อเรือไปเมื่อ 8 กันยายนที่ผ่านมา(http://aagth1.blogspot.com/2017/09/hms-prince-of-wales-f-35b.html, http://aagth1.blogspot.com/2017/12/hms-queen-elizabeth.html)

ช่วงระหว่างการรับมอบเรือ, การซ่อมบำรุง และกิจกรรมการฝึกจะมีขึ้นในสหราชอาณาจักร ตามที่กองทัพเรือบราซิลวางไว้ข้อตกลงการจัดหาเรือจะเสร็จสิ้นภายในปี 2018 ตามมาด้วยการยกเครื่องเรือในปี 2019 และพร้อมเข้าประจำการในปี 2020
HMS Ocean ระวางขับน้ำ 22,000tons สามารถรองรับเฮลิคอปเตอร์ที่มีประจำการในกองทัพเรือบราซิลได้ทั้ง Super Cougar, Super Puma, Super Lynx และ Sea Hawk รวมถึงมีโรงเก็บยานพาหนะความจุ 40คัน พร้อมทหารนาวิกโยธิน 830นาย และเรือระบายพลขนาดเล็ก(LCVP) 4ลำ

HMS Ocean จะได้รับการตรวจรับมอบโดยเจ้าหน้าที่กองทัพเรือบราซิลก่อน ขณะที่การขออนุมัติจากรัฐบาลสหรัฐฯยังต้องมีความจำเป็นสำหรับระบบอุปกรณ์และอาวุธบางอย่างบนเรือที่สร้างโดยสหรัฐฯ
อย่างการส่งมอบระบบอาวุธป้องกันระยะประชิดปืนใหญ่กลหกลำกล้องหมุน Raytheon Mk15 Phalanx Block 1B CIWS(Close-In Weapon System)ขนาด 20mm 3ระบบบนเรือ ซึ่งกองทัพเรือบราซิลกล่าวว่าระบบนี้ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงกับอังกฤษครับ

วันอาทิตย์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560

กาตาร์จะจัดหาเครื่องบินขับไล่ Rafale เพิ่ม 12เครื่อง

Qatar acquires an additional 12 Rafale
the Qatar Armed Forces and Dassault Aviation signed an agreement on future cooperation and the exercise of an option for 12 Rafale.
https://www.dassault-aviation.com/en/group/press/press-kits/qatar-acquires-additional-12-rafale/

ในโอกาสที่ประธานาธิบดีสาธารณรัฐฝรั่งเศส นาย Emmanuel Macron และองค์เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ Sheikh Tamim bin Hamad Al Thani เข้าพบกัน เมื่อ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา
กองทัพกาตาร์และบริษัท Dassault Aviation ฝรั่งเศสได้ลงนามข้อตกลงด้านความร่วมมือระหว่างกันในอนาคต และการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Rafale เพิ่มเติม 12เครื่อง วงเงินประมาณราว 1.1 billion Euros

การจัดหาครั้งนี้มีตามมาจากสัญญาที่ลงนามเมื่อ 4 พฤษภาคม 2015 ระหว่างรัฐกาตาร์และ Dassault ในการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Rafale 24เครื่องวงเงินขั้นต้น 6.3 billion Euros แบ่งเป็น Rafale EQ รุ่นที่นั่งเดี่ยว 18เครื่อง และ Rafale DQ รุ่นสองที่นั่ง 6ครื่อง
ทำให้จำนวนเครื่องบินขับไล่ Rafale ที่จะประจำการในกองทัพอากาศกาตาร์(Qatar Emiri Air Force) เพิ่มขึ้นรวมทั้งหมด 36เครื่อง

Dassault Aviation และหุ้นส่วนต่างต้องขอขอบคุณตัวแทนของกาตาร์ในการให้โอกาสในการขยายความร่วมมือระหว่างกัน โดยเป็นการยืนยันถึงความเชื่อมั่นในคุณภาพของ Rafale และความพอใจของการปฏิบัติตามสัญญาหลัก
"ข้อตกลงใหม่นี้สร้างขึ้นจากความสัมพันธ์พิเศษที่มีอยู่ระหว่างสองประเทศและความมุ่งมั่นร่วมกันของกระทรวงกลาโหมกาตาร์และ Dassault Aviation ที่จะก้าวไปข้างหน้าร่วมกัน" Eric Trappier ประธานและผู้อำนวยการบริหารของ Dassault กล่าว

ยังไม่เป็นที่เปิดเผยว่าเครื่องบินขับไล่ Rafale ที่กาตาร์จัดหาเพิ่มเติม 12เครื่องจะเป็นรุ่นใดบ้าง แต่มีข้อสังเกตว่าถ้ากองทัพอากาศกาตาร์ไม่มีแผนที่จะใช้ Rafale DQ รุ่นสองที่นั่งในการปฏิบัติการรบ เครื่องที่สั่งจัดหาใหม่ก็น่าจะเป็น Rafale EQ รุ่นที่นั่งเดี่ยว
ขณะที่กองทัพอากาศอียิปต์(Egyptian Air Force) ที่เป็นลูกค้าส่งออกรายแรกของเครื่องบินขับไล่ Rafale ที่สั่งจัดหา 24เครื่องนั้นแบ่งเป็น Rafale EM รุ่นที่นั่งเดี่ยว 8เครื่อง และ Rafale DQ รุ่นสองที่นั่ง 16ครื่อง

ทั้งนี้นอกจากเครื่องบินขับไล่ Rafale แล้ว กองทัพอากาศกาตาร์ยังได้สั่งจัดหาเครื่องบินขับไล่ Boeing F-15QA(Qatar Advanced) 36เครื่องจากสหรัฐฯ(ในตระกูล F-15E Strike Eagle รุ่นสองที่นั่งขับไล่ครองอากาศ/โจมตีทางลึก)
และเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon 24เครื่องจากสหราชอาณาจักรตามที่รายงานไป(http://aagth1.blogspot.com/2017/09/eurofighter-typhoon.html) ทำให้ในอนาคตกองทัพอากาศกาตาร์จะมีเครื่องบินขับไล่แบบต่างๆรวมกันถึง 96เครื่องครับ

วันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2560

อังกฤษทำพิธีประจำการเรือบรรทุกเครื่องบิน HMS Queen Elizabeth

Britain moves to restore carrier strike capability with warship commissioning
Police officers are seen in front of the HMS Queen Elizabeth during its commissioning ceremony on Dec. 7, 2017, in Portsmouth, England. (Matt Cardy/Getty Images)
https://www.defensenews.com/naval/2017/12/07/britain-moves-to-restore-carrier-strike-capability-with-warship-commissioning/


กองทัพเรือสหราชอาณาจักร(Royal Navy) ได้เข้าใกล้ไปอีกขั้นในการกลับมามีขีดความสามารถด้านกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีอีกครั้งในวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา
ในพิธีขึ้นระวางประจำการเรือบรรทุกเครื่องบิน R08 HMS Queen Elizabeth ระวางขับน้ำ 65,000tons อย่างเป็นทางการ ณ ฐานทัพเรือ HMNB Portsmouth ทางตอนใต้ของ England
เรือบรรทุกเครื่องบิน HMS Queen Elizabeth ได้เริ่มการทดสอบการปฏิบัติการร่วมกับเฮลิคอปเตอร์ไปแล้วในช่วงปี 2017 นี้ และในปี 2018 เรือมีกำหนดการที่จะเดินทางไปยังชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ
เพื่อดำเนินการทดสอบการปฏิบัติการบินร่วมกับเครื่องบินขับไล่ F-35B Lightning II ส่วนหนึ่งจาก 14เครื่องที่สหราชอาณาจักรสั่งจัดหาจากบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯ

HMS Queen Elizabeth เป็นเรือรบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่ประจำการในกลุ่มประเทศยุโรปขณะนี้ โดยเป็นเรือลำแรกของเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Queen Elizabeth จำนวน 2ลำ
ที่สร้างโดยบริษัท BAE Systems และกลุ่มพันธมิตรอุตสาหกรรมทางเรืออังกฤษ ที่มีวงเงินโครงการประมาณ 6.2 billion British Pound($8.3 billion)
เรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Queen Elizabeth ลำที่สอง R09 HMS Prince of Wales ที่ได้ทำพิธีตั้งชื่อเรือเมื่อ 8 กันยายนที่ผ่านมานั้น(http://aagth1.blogspot.com/2017/09/hms-prince-of-wales-f-35b.html)
ส่วนโครงสร้างเรือได้สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว และมีกำหนดการที่จะส่งมอบให้กองทัพเรือสหราชอาณาจักรได้ในปี 2019 แต่จะมีเรือบรรทุกเครื่องบินเพียงลำเดียวที่ออกปฏิบัติการได้ในช่วงเวลาใดๆก็ตาม เนื่องจากอังกฤษไม่มีกำลังพลและทรัพยากรมากพอที่จะปฏิบัติการเรือได้พร้อมกันทั้ง 2ลำ

ในพิธีขึ้นระวางประจำการ พลเรือเอก Sir Philip Jones, First Sea Lord และผู้บัญชาการกองทัพเรือสหราชอาณาจักร ได้กล่าวว่า
"การชักธงราชนาวีอังกฤษ(White Ensign) บนเรือ HMS Queen Elizabeth วันนี้ สหราชอาณาจักรได้ยืนยันที่อยู่ของเธอท่ามกลางมหาอำนาจทางทะเลของโลกในแง่ความเกรียงไกรและความกำยำ
เรือบรรทุกเครื่องบินจะตั้งอยู่ในหัวใจของการปรับปรุงความทันสมัยและความแกร่งกล้าของกองทัพเรือสหราชอาณาจักร ขีดความสามารถในการแสดงกำลังและอำนาจในทะเล ในอากาศ เหนือพื้นดิน และใน Cyberspace และเสนอทางเลือกทางทหารและทางการเมืองของชาติเราในโลกที่ไม่แน่นอนนี้"

การประจำการ HMS Queen Elizabeth อย่างเป็นทางการเป็นการกลับมามีขีดความสามารถการโจมตีด้วยเรือบรรทุกเครื่องบินอีกครั้งของกองทัพเรืออังกฤษ
หลังจากที่รัฐบาลพรรคอนุรักษ์นิยมได้สั่งปลดประจำการเรือบรรทุกเครื่องบินเบาชั้น Invicible ทั้งหมดตามแผนทวบทวนยุทธศาสตร์กลาโหมและความมั่นคง(Strategic Defence and Security Review) ในปี 2010
เป็นเวลาหลายปีจนถึงตอนนี้ที่นักบินและกำลังพลกองทัพเรือสหราชอาณาจักรได้คงทักษะของพวกตนโดยการปฏิบัติการร่วมกับกองทัพสหรัฐฯชาติพันธมิตร
ความร่วมมือที่ใกล้ชิดที่จะดำเนินต่อไปคือการนำ F-35B รุ่นบินขึ้นระยะสั้นลงทางดิ่ง STOVL(Short Take-Off/Vertical Landing) ของนาวิกโยธินสหรัฐฯ(US Marine Corps) ที่จะทำการบินจากดาดฟ้าบินของ HMS Queen Elizabeth

การวางกำลัง F-35B นาวิกโยธินสหรัฐฯบนเรือบรรทุกเครื่องบินกองทัพเรืออังกฤษเป็นส่วนหนึ่งจากการที่อังกฤษไม่สามารถจัดหางบประมาณในการจัดหาอากาศยานที่เพียงพอที่จะทำให้เรือบรรทุกเครื่องบินสามารถใช้งานได้ในเวลาไม่กี่ปีทันทีที่เริ่มนำ HMS Queen Elizabeth เข้าประจำการ
ณ เวลานี้อังกฤษได้สั่งจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35B เพียง 14เครื่องเท่านั้น ซึ่งยังไม่ได้รับมอบครบทั้งหมด โดยเครื่องสุดท้ายที่สั่งในชุดปัจจุบันนี้จะมีการส่งมอบให้ได้ในอีกหลายสัปดาห์ข้างหน้า
การจัดหา F-35B ระยะต่อไปกำลังอย่ระหว่างการเจรจากับ Lockheed Martin สหรัฐฯ แต่โฆษกของกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรปฏิเสธที่จะระบุว่าจะมีการสั่งจัดหา F-35B อีกจำนวนกี่เครื่องในชุดต่อไป
อังกฤษมีความต้องการที่จะจัดหา F-35B 48เครื่องสำหรับกองทัพเรือสหราชอาณาจักร และกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร(Royal Air Force) และจะประเมินการจัดหาถึง 138เครื่อง แม้ว่าจะไม่มีความชัดเจนเรื่องระยะเวลาที่แท้จริงก็ตาม

เมื่อถึงช่วงที่ HMS Queen Elizabeth เข้าใกล้ความพร้อมปฏิบัติการเต็มอัตราที่จะมีขึ้นในสิ้นทศวรรษปี 2020s อังกฤษมีแผนที่จะตั้งฝูงบินขับไล่ F-35B สองฝูงบินซึ่งมีเครื่องประจำการฝูงละ 24เครื่อง
เรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Queen Elizabeth สามารถรองรับ F-35B ได้ 36เครื่อง แม้ว่าเจ้าหน้าที่กองทัพเรืออังกฤษจะกล่าวว่าเรือสามารถวางกำลังเครื่องบินขับไล่ได้ในจำนวนมากกว่านี้ถ้าต้องการ
คณะรัฐมนตรีรัฐบาลสหราชอาณาจักรได้เสนอว่าเครื่องบินขับไล่เหล่านี้น่าจะมีการเลือกจัดหา F-35A CTOL(Conventional Take-Off and Landing) รุ่นขึ้นลงตามแบบสำหรับกองทัพอากาศอังกฤษภายหลัง
ตั้งแต่ที่สหราชอาณาจักรจะออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปในปลายปีนี้ และค่าเงิน Pound Sterling ที่อ่อนค่าลงส่งผลต่องบประมาณกลาโหม จึงมีความกังวลต่อโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35 ซึ่งเป็นโครงการกลาโหมที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของอังกฤษ

การประมาณการหนึ่งว่าการจัดซื้อยุทโธปกรณ์จากสหรัฐฯของสหราชอาณาจักรควรจะมีการประเมินบัญชีทุกไตรมาสสำหรับทุก Pound ที่ใช้จ่ายในโครงการจัดหาของกลาโหม
แผนทวบทวนยุทธศาสตร์กลาโหมและความมั่นคงที่ใกล้จะมาถึงนี้เป็นการต่อสู้ระหว่างกระทรวงกลาโหมและกระทรวงการคลังสหราชอาณาจักร ไม่ว่าจะมีเงินเพียงพอไม่ก็ตามที่จำเป็นจะต้องตัดงบประมาณกลาโหมลงเพื่อไม่ให้เกิดหลุมดำงบประมาณที่สูงถึง 20 billion Pound ใน 10ปีข้างหน้า
การตัดงบประมาณเหล่านี้คาดว่าจะเกิดขึ้นในแผนทบทวนกลาโหมที่เกี่ยวข้องกับความพร้อมของกองทัพเรือสหราชอาณาจักรที่มีจำนวนเรือรบและขีดความสามารถลดลงไปอย่างมาก(http://aagth1.blogspot.com/2016/11/blog-post_22.html)
การเผชิญหน้าระหว่างกระทรวงกลาโหมและกระทรวงการคลังถึงจุดต่ำเมื่อสื่ออังกฤษรายงานว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และอดีตรัฐมนตรีกลาโหมอังกฤษ Philip Hammond ถูกกล่าวโทษว่าเป็นต้นเหตุปัญหาหลุมดำในกระทรวงกลาโหม
และจะถูกระงับการให้ใช้บริการเครื่องบินโดยสาร VIP ของกองทัพอากาศอังกฤษจนกว่ากระทรวงการคลังจะจ่ายค่าโดยสารจากการเดินทางเที่ยวก่อนหน้านี้ครับ

วันศุกร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2560

ตุรกีมองจะจัดหาเครื่องบินโจมตี Harrier ระหว่างรอเครื่องบินขับไล่ F-35B บนเรือ LHD TCG Anadolu

Turkey seeks to buy Harriers as an interim measure until F-35Bs are ready
http://www.janes.com/article/76200/turkey-seeks-to-buy-harriers-as-an-interim-measure-until-f-35bs-are-ready

An AV-8B US Marine Corps hovering during the 2012 Miramar Air Show(wikipedia.org)

Model of L408 TCG Anadolu Landing Helicopter Dock/Light Aircraft Carrier with F-35B STOVL by Sedef Shipbuilding for Turkish Navy at IDEF 2016(https://twitter.com/hkilichsword)

ตุรกีกำลังมองหาแนวทางการจัดซื้อเครื่องบินโจมตี Harrier ที่ยังไม่ทราบจำนวน เพื่อเป็นตัวอุดช่องว่างคั่นระยะจนกว่าเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35B Lightning II JSF(Joint Strike Fighter) รุ่น STOVL(Short Take-Off/Vertical Landing) จะพร้อมเข้าประจำการในกองทัพตุรกี
ตามที่ Jane's ได้ทราบข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ในภาคอุตสาหกรรมความมั่นคงของตุรกีและประเทศตะวันตก จากรายงานก่อนหน้านี้ที่ตุรกีได้แสดงความสนใจต่อสหรัฐฯในการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ F-35B STOVL ราว 19-20เครื่อง

การจัดหา F-35B รุ่นบินขึ้นระยะสั้นลงจอดทางดิ่งนี้ เป็นการเพิ่มเติมจากที่ตุรกีได้มีแผนที่จะสั่งจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35A CTOL(Conventional Take-Off and Landing) รุ่นขึ้นลงตามแบบสำหรับกองทัพอากาศตุรกี(Turkish Air Force)ราว 100เครื่อง
ซึ่งตุรกีได้เข้าร่วมโครงการ JSF ในหุ้นส่วนระดับ3(Level 3 partner) ร่วมกับแคนาดา(ที่ถอนตัวไปแล้ว) ออสเตรเลีย นอร์เวย์ ที่สองประเทศต่างได้รับมอบเครื่องชุดแรกแล้ว และเดนมาร์ก(มีแผนจัดหา 27เครื่อง)

เกี่ยวกับการจัดหา Harrier เริ่มแรกตุรกีได้เข้าหาสหราชอาณาจักรสำหรับการจัดหาเครื่องบินโจมตี Harrier GR9 แต่ภายหลังได้หันกลับมามองการจัดหาเครื่องบินโจมตี AV-8B Harrier II จากสหรัฐฯแทน
เนื่องจากกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร(Royal Air Force) ได้ปลดประจำการ Harrier GR9A ทั้งหมดตั้งแต่ปี 2010 แล้วทำให้เหลือตัวเลือกเพียง AV-8B นาวิกโยธินสหรัฐฯ(US Marine Corps)มือสองที่เก็บไว้คลังเท่านั้น

เป็นที่เข้าใจว่าตุรกีจะนำเครื่องบินขับไล่ขึ้นลงทางดิ่ง F-35B มาปฏิบัติการกับเรืออู่ยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ L408 TCG Anadolu LHD(Landing Helicopter Dock) ที่เริ่มการสร้างโดยอู่ต่อเรือบริษัท Sedef Shipbuilding, Inc. ตุรกีเมื่อ 30 เมษายน 2016
โดยเรือ LHD ชั้น Anadolu ตุรกีมีพื้นฐานจากเรืออู่ยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ Juan Carlos I กองทัพเรือสเปน(Spanish Navy) ภายใต้สิทธิบัตรของบริษัท Navantia สเปน เช่นเดียวกับเรืออู่ยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ชั้น Canberra ทั้ง 2ลำของกองทัพเรือออสเตรเลีย(Royal Australian Navy)

TCG Anadolu มีความยาวเรือ 232m ระวางขับน้ำสูงสุดประมาณ 27,000tons ความเร็วสูงสุด 21knot พิสัยทำการไกลสุด 9,000nmi มีโรงเก็บยานพาหนะรองรับรถถังหลัก 29คัน รถสะเทินน้ำสะเทินบก AAV 27คัน กับอู่ลอย(Well deck) รองรับเรือระบายพลขนาดกลาง(LCM) 4ลำ และยานเบาะอากาศ(LCAC) 2ลำ
อากาศยานรองรับ F-35B 6เครื่อง เฮลิคอปเตอร์โจมตี T129 ATAK 4เครื่อง, เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป H215M Cougar หรือเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนัก CH-47F 8เครื่อง, เฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ SH-60B Seahawk 2เครื่อง และอากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) Anka หรือ Bayraktar 2เครื่อง

แผนเดิมของโครงการจัดหาเรืออู่ยกพลขึ้นบก LPD(Landing Platform Dock)/LHD ในโครงการ L400 นั้นกองทัพเรือตุรกี(Turkish Naval Forces) ต้องการเรือที่มีดาดฟ้าเรียบไม่มี Ski-Jump ที่หัวเรือสำหรับการปฏิบัติการด้วยเฮลิคอปเตอร์เท่านั้น
แต่จากการเปลี่ยนความต้องการใหม่ที่จะนำเครื่องบินขับไล่ F-35B มาปฏิบัติการบนเรือซึ่งบินขึ้นจากเรือด้วย Ski-Jump นั้น ทำให้ L408 TCG Anadolu ที่คาดว่าจะปล่อยลงน้ำได้ในราวปี 2021 จะเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินเบาลำแรกของกองทัพเรือตุรกีครับ

วันพฤหัสบดีที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2560

เครื่องบินขับไล่ Su-57 รัสเซียทำการบินพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ครั้งแรก

VIDEO: Russia flies first Su-57 fitted with new Product 30 engine
Russia’s latest fighter aircraft flew on 5 December for the first time with the NPO Saturn “Product 30” engine, which will be the production standard for the Sukhoi Su-57.
https://www.flightglobal.com/news/articles/video-russia-flies-first-su-57-fitted-with-new-prod-443899/

PAK FA (T-50) flying lab took off for the first time with second stage engine

เครื่องบินขับไล่ยุคที่5 รุ่นใหม่ล่าสุด Sukhoi Su-57 รัสเซียทำการบินในวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมาโดยติดตั้งเครื่องยนต์ไอพ่นของ NPO Saturn แบบ "Product 30" เป็นครั้งแรก ซึ่งเครื่องยนต์ใหม่นี้จะถูกนำมาใช้ในสายการผลิตมาตรฐานของ Su-57
Sukhoi รัสเซียได้ทำการสร้างเครื่องบินขับไล่ต้นแบบ Su-57 หรือที่เดิมรู้จักในชื่อ PAK FA T-50 จำนวน 9เครื่อง ซึ่งติดตั้งเครื่องยนต์ไอพ่นแบบ NPO Saturn Product 117S ซึ่งพัฒนาจากเครื่องยนต์ไอพ่น Turbofan มีสันดาปท้าย AL-41F-1S ที่พัฒนาสำหรับใช้กับเครื่องบินขับไล่ Su-35

แต่กองทัพอากาศรัสเซีย(Russian Aerospace Force) วางแผนที่จะแทนที่ ย.ไอพ่น Product 117S ในสายการผลิตจำนวนมากของ Su-57 ที่จะเริ่มต้นในปี 2020 ด้วย ย.ไอพ่น Product 30 ใหม่ที่เป็นไปได้ว่ามีคุณสมบัติหลักของเครื่องยนต์รูปแบบใหม่ซึ่งมีรายละเอียดน้อยมาก
รัฐบาลรัสเซียกล่าวว่า ย.Product 30 ใหม่ที่เป็นเครื่องยนต์ระยะที่สอง จะมีแรงขับสูงกว่า และมีประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิงดีกว่า ย.รุ่นก่อน ซึ่งจะลดน้ำหนักและความต้องการในการซ่อมบำรุงลงได้มาก

วันที่ 5 ธันวาคม การบินทดสอบดำเนินการโดย Sergei Bogdan หัวหน้านักบินทดสอบของ Sukhoi จากสถาบันวิจัยการบิน Gromov ที่ฐานทัพอากาศ Zhukovsky เป็นเวลา 17นาที ตามข้อมูลจากรัฐมนตรีอุตสาหกรรมและการค้ารัสเซีย Denis Manturov
ภาพถ่ายและวีดิทัศน์ของการบินทดสอบแสดงถึงเครื่องยนต์ Product 30 ติดตั้งในตำแหน่งเครื่องยนต์ที่1 ทางด้านซ้ายของเครื่อง ขณะที่ Product 117S ยังคงติดตั้งที่ตำแหน่งเครื่องยนต์ที่2 ทางด้านขวาของเครื่อง

จากภาพที่ปรากฎเครื่องยนต์ Product 30 มีปลายท่อไอพ่นที่หยักแหลมและมีความยาวสั้นกว่า เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ Product 117S ที่มีปลายท่อไอพ่นที่แบนเรียบ
การบินทดสอบดำเนินการโดยเครื่องต้นแบบของ Su-57 เครื่องที่สองหมายเลข 052 หรือที่รู้จักในชื่อ T-50-2

"นี่เป็นการพิสูจน์ถึงศักยภาพที่สูงของอุตสาหกรรมการสร้างอากาศยานของรัสเซีย ที่สามารถออกแบบระบบอากาศพลศาสตร์, นวัตกรรมส่งประกอบ Digital และเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุดขั้นอัจฉริยะและก้าวหน้าได้"
รัฐมนตรีอุตสาหกรรมและการค้ารัสเซีย Manturov กล่าว เขายังกล่าวว่าการทดสอบเครื่องต้นแบบเครื่องบินขับไล่ Su-57 ระยะแรกใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว

Su-57 คาดว่าจะเข้าประจำการในฐานะเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 แบบแรกของกองทัพอากาศรัสเซียในภายหลังสิ้นทศวรรษนี้ โดยมีคุณสมบัติวิทยาการตรวจจับได้ยาก Stealth ทั้งห้องเก็บอาวุธภายในลำตัว
และระบบตรวจจับขั้นก้าวหน้าประกอบด้วย AESA(Active Electronically Scanned Array) Radar และระบบกล้องตรวจจับ IRST(Infrared Search and Track)

รัฐบาลประธานาธิบดีรัสเซีย Vladimir Putin ยังคงอยู่ระหว่างการประชุมการกำหนดแผนการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ของรัฐระยะผูกพันหลายปี ซึ่งจะมีการตัดสินใจระยะเวลาและจำนวนการจัดหา Su-57 จนถึงปี 2027
แต่กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้ารัสเซียยังดำเนินการตามแผนเดิม ซึ่งเครื่องบินขับไล่ Su-57 จะเป็นอากาศยานทางทหารในสายการผลิตของ Sukhoi แบบล่าสุดในปี 2020 ครับ

วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2560

จีนกำลังสร้างยานเบาะอากาศชั้น Type 726A LCAC เพิ่ม

China building more Yuyi-class LCACs
A Chinese Type 726 LCAC approaches the well deck of a Type 071 LPD during an amphibious landing exercise in November in waters of the South China Sea. (Via eng.chinamil.com.cn)

DigitalGlobe imagery showing five Type 726A LCACs at Jiangnan Shipyard near Shanghai. Source: 2017 DigitalGlobe, Inc. / 2017 IHS Markit
http://www.janes.com/article/76078/china-building-more-yuyi-class-lcacs

ภาพถ่ายจากดาวเทียมทางการค้าพลเรือนบริเวณอู่ต่อเรือ Jiangnan ใกล้มหานคร Shanghai สาธารณรัฐประชาชนจีน แสดงให้เห็นว่าจีนกำลังสร้างยานเบาะอากาศชั้น Type 726A LCAC(Landing Craft Air-Cushion) เพิ่มเติม(NATO กำหนดรหัสชั้น Yuzhao)
โดยก่อนหน้านี้ปรากฎภาพว่ายานเบาะอากาศชั้น Type 726A LCAC จำนวน 5ลำกำลังถูกสร้างใกล้เสร็จที่อู่เรือดังกล่าวเมื่อ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

เป็นที่เชื่อว่ามียานเบาะอากาศชั้น Type 726 LCAC จำนวน 6ลำที่ได้เข้าประจำการในกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน(People’s Liberation Army Navy) แล้ว โดยลำแรก(หมายเลขเรือ 3320) ถูกพบครั้งแรกในช่วงปลายปี 2007
เป็นที่เข้าใจว่าเรือถูกส่งมอบให้กองทัพเป็นสองชุด โดยยานเบาะอากาศชุดแรก 3ลำมีรายงานว่าติดตั้งเครื่องยนต์ Gas Turbine แบบ UGT 6000 ยูเครน ขณะที่ 3ลำหลังเชื่อว่าติดตั้งเครื่องยนต์ Gas Turbine แบบ QC-70 ของจีนเอง

ยานเบาะอากาศ Type 726/Type 726A LCAC 4ลำสามารถบรรทุกไปกับอู่ลอย(Well Deck) ของเรืออู่ยกพลขึ้นบกชั้น Type 071 LPD(Landing Dlatform Dock) ความยาว 210m ระวางขับน้ำ 20,000tons ได้(NATO กำหนดรหัสชั้น Yuzhao)
เรือลำแรกของชั้น LPD-998 Kunlun Shan เข้าประจำการเมื่อปี 2007 และเรือลำที่ห้าของชั้นเพิ่งถูกปล่อยลงน้ำที่อู่เรือ Hudong-Zhonghua ใน Shanghai และคาดว่าจะเข้าประจำการได้ในปี 2018 ตามที่ได้รายงานไป(http://aagth1.blogspot.com/2017/06/type-071-lpd-4x4.html)

รายงานหนึ่งเกี่ยวเหตุผลของความล่าช้าในการสร้างยานเบาะอากาศชั้น Type 726 นั้นน่าจะเนื่องมาจากปัญหาความยุ่งยากทางเทคนิคในการบูรณาการติดตั้งเครื่องยนต์ QC-70 จีนกับ LCAC
รวมถึงข่าวลือถึงปัญหาอื่นๆ เช่น ข้อบกพร่องในระบบพังงาเรือ เรื่องการสั่นระดับความถี่ต่ำของเรือ และการที่เรือมีระดับเสียงที่ดังมาก

ตามการออกแบบที่ได้รับความช่วยเหลือจากภาคอุตสาหกรรมอากาศยาน Chengdu Aircraft Industry Group จีน ยานเบาะอากาศ Type 726 ดูมีความคล้ายคลึงกับยานเบาะอากาศ LCAC ของกองทัพเรือสหรัฐฯ(US Navy)
แต่ Type 726 LCAC จีนมีขนาดใหญ่กว่า และมีส่วนห้องที่ควบคุมเรือ/บังคับการเรือตั้งอยู่บนกราบซ้ายเรือ ตรงข้ามกับ LCAC สหรัฐฯที่ห้องควบคุมตั้งอยู่บนกราบขวาเรือครับ