วันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ภาพ Oplot-T ที่ยูเครนล่าสุด-๑๓












https://www.ukrinform.ru/rubric-regions/2181459-grojsmanu-v-harkove-prodemonstrirovali-tank-oplot.html
Prime Minister Vladimir Groisman during a trip to Kharkiv region inspected the "Oplot" tank at the Malyshev factory State Enterprise "Ukroboronprom".

https://www.facebook.com/volodymyrgroysman/videos/505373979631521/
A review in the movement of the tank "Oplot"

นายกรัฐมนตรียูเครน Vladimir Groisman ได้เยี่ยมชมโรงงาน Malyshev ของ KMDB ในเครือกลุ่มอุตสาหกรรมความมั่นคงรัฐบาลยูเครน Ukroboronprom ที่ Kharkiv พร้อมนักศึกษามหาวิทยาลัย Kharkov National University A.M.Beketova urban economy
ในภาพจะเห็นได้ว่าในโรงงาน Malyshev นั้นมีตัวถังรถแคร่ฐานและป้อมปืนของรถถังหลัก Oplot ที่กำลังอยู่ในสายการผลิตประกอบเป็นจำนวนมาก และมีรถที่ประกอบเสร็จแล้วอย่างน้อย ๓คัน ที่รวมถึงรถที่ทดสอบสาธิตสมรรถนะการขับเคลื่อน ๑คันด้วย
ตรงนี้ยังเข้าใจว่ารถในสายการผลิตที่โรงงานนั้นเป็นรถถังหลัก Oplot-T ของกองทัพบกไทยที่ยูเครนส่งมอบให้แล้ว ๒๐คันจากจำนวนที่สั่งจัดหา ๔๙คัน ซึ่งน่าจะมีการตรวจรับและส่งมอบรถให้ไทยต่อไปครับ

ยูเครนเปิดตัวยานยนต์ไร้คนขับ Fantom UGV พร้อมระบบอาวุธใหม่ และ Burevestnik รัสเซียเปิดตัวป้อมปืน Remote 30mm ขนาดเบาใหม่

IDEX 2017: Fantom emerges with new weapons system
Fantom has broadened its weapons fit with the introduction of anti-tank missiles. Source: IHS Markit/Charles Forrester
http://www.janes.com/article/68112/idex-2017-fantom-emerges-with-new-weapons-system

Spets Techno Export ยูเครนได้เปิดตัวยานยนต์ไร้คนขับ Fantom UGV(Phantom Unmanned Ground Vehicle) ที่ติดตั้งแท่นยิงอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถังในงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ IDEX 2017 ที่ Abu Dhabi สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
Fantom ได้เปิดตัวครั้งแรกในงานแสดงยุทโธปกรณ์ด้านความมั่นคงของยูเครนเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ซึ่งติดตั้งแท่นยิงรักษาเสถียรภาพของปืนกลหนัก 12.7mm


แบบระบบอาวุธล่าสุดของ Fantom นั้นได้เพิ่มอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถังนำวิถี Laser แบบ Bar'er(Barrier) แบบแท่นยิงยืดหดได้ 2x2 ซึ่งทำให้ Fantom UGV สามารถโจมตีเป้าหมายจากตำแหน่งปกปิดกำบังได้
การทดสอบการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีแบบเต็มรูปแบบมีกำหนดจัดขึ้นในไม่กี่เดือนข้างหน้า ตามหลังความสำเร็จในการทดสอบยิงป้อมปืนกลหนักเมื่อปีที่แล้ว แท่นยิงลูกระเบิดควัน 5ท่อยิงถูกเพิ่มในส่วนหน้าของรถเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการต่อต้านเชิงรับ
Fantom UGV เป็นระบบล้อยาง6ล้อ ยาว 3m สูง 1m จากพื้นล้อถึงบนสุดของตัวรถ ด้วยการเพิ่มเติมสถานีอาวุธหรืออุปกรณ์ตรวจการณ์ทำให้ความสูงของรถเพิ่มขึ้น

รถใช้พลังงานจากเครื่องยนต์ผสมไฟฟ้าโดยสามารถปฏิบัติการได้ 10ชั่วโมงด้วย Battery ก่อนจะต้องทำการประจุไฟใหม่ ซึ่งเครื่องยนต์ดีเซลจะใช้ในการประจุไฟฟ้าให้ Battery โดยมีถังเชื้อเพลิงขนาด 20liter ในตัว
Pavlo Barbul ผู้อำนวยการ Spets Techno Export กล่าวกับ Jane's ว่าการใช้ Motor ไฟฟ้าจะช่วยลดสัญญาณความร้อนและเสียงลง และสนับสนุนการยืดระยะเวลาปฏิบัติการได้ถึง 10วันในภารกิจตรวจการณ์ที่รถมักจะอยู่ในตำแหน่งประจำที่
ตามข้อมูลของบริษัท Fantom UGV สามารถทำความเร็วได้สูงสุด 38km/h และบรรทุกได้หนักสุด 350kg สามารถทำการควบคุมได้ทั้งผ่านทางระบบสื่อสารความถี่วิทยุเข้ารหัส หรือผ่านสาย Fiber-Optic ยาว 5km ที่อยู่ด้านท้ายของตัวรถซึ่งสนับสนุนการใช้ในปฏิบัติการลับครับ

IDEX 2017: Burevestnik unveils new 30 mm remotely operated turret
Burevestnik's new 30 mm remotely operated turret on display at IDEX. Source: IHS Markit/Charles Forrester
http://www.janes.com/article/68097/idex-2017-burevestnik-unveils-new-30-mm-remotely-operated-turret

บริษัท Burevestnik รัสเซียได้เปิดตัวป้อมปืน Remote 30mm เป็นครั้งแรกในงานแสดงอาวุธ IDEX 2017 ตัวแทนของ Burevestnik ได้กล่าวกับ Jane's ว่า ป้อมปืนดังกล่าวถูกพัฒนาขึ้นให้ตรงกับความต้องการของกองทัพบกรัสเซีย
สำหรับป้อมปืน Remote Weapon Station ที่สามารถติดตั้งกับรถหุ้มเกราะล้อยาง 4x4 ตระกูล Kamaz Tayfun(Typhoon) ที่เคยมีการนำเสนอภาพไปก่อน(KamAZ K4386 Typhoon-VDV) และยังรวมถึงการเสนอการทำตลาดขายให้กับลูกค้าต่างประเทศด้วย
ตัวแทนบริษัท Burevestnik กล่าวว่าป้อมปืนนี้เป็นการผสมผสานของน้ำหนักที่เบา, การนำไปติดตั้งที่มีความจำกัดกับรถ และสามารถใช้พลังงานได้ด้วยระบบไฟฟ้าที่มีอยู่ ทำให้เหมาะกับกองทัพที่ต้องการเพิ่มอำนาจการยิงหนักกับรถหุ้มเกราะเบาของตน


ป้อมปืนของ Burevestnik ใช้ปืนใหญ่กล 2A42 ขนาด 30x165mm ป้อนกระสุนได้สองทางและปืนกลร่วมแกน PKTM 7.62x54Rmm ที่ด้านซ้ายของป้อม ซึ่งสามารถใช้สายกระสุนความจุตั้งแต่ 100-200นัดที่ทำการบรรจุใหม่จากภายในตัวรถได้
ระบบกล้องเล็ง Electro-Optical ไม่ได้เป็นแบบรักษาเสถียรภาพแบบอิสระแต่ติดโดยตรงที่ด้านบนของปืนใหญ่กลที่มีระบบรักษาเสถียรถภาพ มีกล้องกลางวันกลางคืน, Laser วัดระยะ
ที่เชื่อมต่อกับระบบควบคุมการยิงและเครื่องคำนวณขีปนวิถีช่วยให้ทำการยิงได้แม่นยำเช่นเดียวกับการติดตามเป้าหมายอัตโนมัติ ป้อมปืนใช้พื้นที่เข้าไปในตัวรถราว 10-15cm และมีน้ำหนักเพียง 1.1tons พร้อมทั้งมีเกราะป้องกันระดับ STANAG Level2 ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ญี่ปุ่นและไทยมีความชัดเจนในการเดินหน้าข้อตกลงการจัดซื้อด้านความมั่นคง และจีนมีความคืบหน้าในการสร้างเรือบรรทุกเครื่องบิน Type 001A ใหม่

Japan and Thailand edge towards defence trade agreement
http://www.janes.com/article/68095/japan-and-thailand-edge-towards-defence-trade-agreement

Kawasaki P-1 Japan Maritime Self-Defense Force(wikipedia.org)

Kawasaki C-2 Japan Air Self-Defense Force 1st production model "68-1203" and 1st prototype "08-1201", 2016(wikipedia.org)

ไทยและญี่ปุ่นกำลังมีความชัดเจนในการเข้าใกล้การบรรลุข้อตกลงด้านการค้าทางความมั่นคงและเทคโนโลยีที่มีผลในการอำนวยความสะดวกในการส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์ของญี่ปุ่นให้กับประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Jane's เข้าใจว่าการเจรจาเกี่ยวกับด้านความร่วมมือทางอุตสาหกรรมความมั่นคงทวิภาคีจะดำเนินการเพื่อสนับสนุนความเป็นไปได้ในการขายอาวุธยุทโธปกรณ์ของญี่ปุ่น
ที่รวมถึง Radar ป้องกันภัยทางอากาศ และระบบสื่อสาร เช่นเดียวกับยุทโธปกรณ์หลักอย่างเครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล Kawasaki P-1 และเครื่องบินลำเลียงไอพ่น Kawasaki C-2

ญี่ปุ่นยังมีความเข้าใจนอกจากนี้ในการจัดทำร่างกรอบกฎหมายที่จะต้องผ่านทางโตเกียวในการอนุมัติการขายอาวุธ
กรอบการทำงานนี้สอดคล้องกับสามหลักการของญี่ปุ่นในการถ่ายโอนของยุทโธปกรณ์ความมั่นคงและเทคโนโลยี แทนการห้ามส่งออกอาวุธทางทหารที่ยกเลิกไปในปี 2014
ซึ่งในส่วนของกองทัพอากาศไทยนั้นมีโครงการจัดหา Radar ป้องกันภัยทางอากาศใหม่ และเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธีใหม่ เช่นเดียวกับกองทัพเรือไทยที่มีความต้องการเครื่องบินตรวการณ์ทางทะเลใหม่ แทนของเดิมที่ให้หมดอายุการใช้งานหรือปลดประจำการไปแล้วครับ

China's Type 001A CV makes progress at Dalian - 38.935925 N 121.613170 E
Airbus Defence and Space imagery dated 13 January showing China's Type 001A aircraft carrier hull nearing completion at Dalian shipyard. 
Prior to launch, remaining supports will be removed, as will objects within the dry dock. Source: CNES 2017, Distribution Airbus DS/2017 IHS Markit 

ภาพถ่ายดาวเทียมของ Airbus Defence and Space imagery ได้จับภาพเมื่อวันที่ 13 มกราคมแสดงถึงความคืบหน้าในการสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Type 001A กองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน(PLAN: People's Liberation Army Navy) ที่อู่ต่อเรือ Dalian ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ซึ่งตัวเรือนั้นดำเนินการจนใกล้จะปล่อยลงน้ำแล้ว
ก่อนหน้านี้ Jane's ได้ตรวจสอบสถานะของโครงการสร้างเรือที่ Dalian ในเดือนสิงหาคม 2016 ตั้งแต่ที่ส่วนดาดฟ้ายกของเรือบรรทุกเครื่องบิน Type 001A ได้ถูกติดตั้งพร้อม lift ยกอากาศยาน และการสร้างดาดฟ้าที่เหลือได้ถูกนำเข้าที่เรียบร้อย
งานย่อยที่เหลือยังคงเห็นได้บนดาดฟ้า โดยส่วนหนึ่งของดาดฟ้าที่ใช้ในการสร้างชั่วคราวถูกถอดออกตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2016

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาสถานีโทรทัศน์ CCTV(China Central Television)จีนได้รายงานว่าอุปกรณ์สนับสนุนบางส่วน เป็นไปได้ว่าจะรวมถึงที่ค้ำยันหรือนั่งร้านโดยรอบพื้นผิวส่วนบนได้ถูกถอดถอนออก และมีการทาสีแดงรอบตัวเรือ
สีแดงป้องกันเพรียงนี้ถูกใช้ทาในแนวใต้น้ำของตัวเรือเพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิตในทะเลที่จะมาเกาะตัวเรือ ซึ่งมีผลต่อสมรรถนะของเรือ
ส่วนประกอบภายนอกหลักที่ยังคงขาดอยู่ได้ถูกนำมาติดตั้งกับตัวเรือบรรทุกเครื่องบิน Type 001A และการปรากฎการทาสีแดงกันเพรียงบนตัวเรือด้านล่างชี้ได้ชัดว่าเรือใกล้จะถูกปล่อยลงน้ำแล้ว

งานหลักภายนอกที่ยังคงเหลืออยู่อย่างเดียวคือการในส่วนที่เกี่ยวของกับพื้นผิวและการทางสีดาดฟ้าบินของเรือ มีความเป็นไปได้ว่าจะมีการดำเนินงานนี้ตามการปล่อยเรือ คืออู่แห้งอาจจะถูกนำไปใช้เพื่อโครงการสร้างเรือลำอื่น
ตัวชี้วัดสำคัญที่ว่าเรือบรรทุกเครื่องบิน Type 001A กำลังถูกเตรียมปล่อยลงน้ำคือการจะถอดถอนที่ค้ำยันนั่งร้านที่ยังคงอยู่ในอู่แห้ง เช่นเดียวกับอุปกรณ์หรือวัสดุที่ยังอยู่บนพื้นอู่แห้ง
ขณะเดียวกันภาพถ่ายดาวเทียมในวันที่ 13 มกราคมยังแสดงถึงการก่อสร้างเรืออีกลำของอู่เรือ Dalian คือเรือพิฆาตติดอาวุธปล่อยนำวิถี Type 052D กำลังทำการติดตั้งอาวุธและอุปกรณ์ตรวจจับครับ

วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

จีนเสนอเรือดำน้ำ S26 พร้อมระบบขับเคลื่อน AIP เปิดตัวเป้าลวงจำลองเรือดำน้ำเคลื่อนที่ และเรือฟริเกตทรง Trimaran ใหม่

IDEX 2017: China offers S-26 conventional submarine with Stirling engine AIP
An image released during IDEX 2017 clearly shows an oxygen tank (circled in red) for the Sterling cycle AIP system. (CSOC)
http://www.janes.com/article/68024/idex-2017-china-offers-s-26-conventional-submarine-with-stirling-engine-aip

China Shipbuilding and Offshore International Corporation(CSOC) รัฐวิสาหกิจด้านอุตสาหกรรมทางเรือสาธารณรัฐประชาชนจีนได้เสนอการทำตลาดของเรือดำน้ำดีเซล-ไฟฟ้าตามแบบ S26 ในงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ IDEX 2017 ที่ Abu Dhabi สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ซึ่งเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของรุ่นที่เรียกว่าระบบขับเคลื่อนแบบไม่ใช้อากาศวัฏจักร Stirling AIP(Air-Independent Propulsion) มีที่ความเป็นเอกลักษณ์

ระบบวัฏจักร Stirling AIP ใช้ oxygen เหลวและเชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลเป็นพลังงานให้กับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าของเรือดำน้ำเพื่อเพิ่มระยะเวลาในการดำใต้น้ำให้ยาวนานยิ่งขึ้น
Stirling AIP นี้ได้ถูกนำใช้งานในกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน(PLAN: People's Liberation Army Navy) มานานกับเรือดำน้ำดัเซลไฟฟ้าชั้น Type 039B (NATO กำหนดรหัส Yuan) ซึ่งเป็นแบบพื้นฐานของเรือดำน้ำ S26 สำหรับส่งออก

แบบจำลองเรือดำน้ำที่แสดงในงาน IDEX 2017 และแผ่นข้อมูลประชาสัมพันธ์นั้นได้แสดงอย่างชัดเจนถึงถัง oxygen เหลวขนาดใหญ่สำหรับสนับสนุนเครื่องยนต์ Stirling AIP
ทางเจ้าหน้าที่ CSOC ไม่ได้ให้ข้อมูลการว่าระยะเวลาการดำใต้น้ำของเรือดำน้ำ S26 นั้นจะได้นานประมาณเท่าใด โดยกล่าวว่าสามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการของลูกค้า
แหล่งข้อมูลในกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นในงาน IDEX ที่มีความคุ้นเคยกับระบบขับเคลื่อน AIP นั้นกล่าวว่าพวกเขาสงสัยว่าระบบ Stirling AIP ของจีนตามที่ได้รับการปรับแต่งสามารถทำให้เรือดำน้ำดำอยู่ใต้น้ำได้นานถึงสัปดาห์

ตามรายละเอียดของแผ่นข้อมูลประชาสัมพันธ์ของ CSOC เรือดำน้ำตามแบบ S26 มีระวางขับน้ำ 2,660tons ยาว 79.5m กว้าง 8.6m มีความเร็วสูงสุด 18knots พิสัยทำการ 8,000nmi ที่ความเร็วมัธยัสถ์ 4knots และดำได้ลึกสุด 300m
ทั้งนี้ลูกค้าที่เป็นที่เปิดเผยว่าจะเป็นไปได้ในการส่งออกเรือดำน้ำแบบ S26 ของจีนคือกองทัพเรือไทยที่กำลังดำเนินโครงการจัดหาเรือดำน้ำแบบ S26T จำนวนหนึ่งลำจากความต้องการทั้งหมดสามลำตามที่ได้รายงานไปครับ

IDEX 2017: China unveils MSS-01 Mobile Submarine Simulator and decoy
The leaflet on the MSS-01 that CSOC made available during IDEX. (CSOC)
http://www.janes.com/article/68022/idex-2017-china-unveils-mss-01-mobile-submarine-simulator-and-decoy

CSOC ยังได้ใช้งาน IDEX 2017 เปิดตัวระบบจำลองเรือดำน้ำเคลื่อนที่แบบใหม่ MSS-01 Mobile Submarine Simulator
ซึ่งระบบดังกล่าวสามารถนำมาใช้เป็นเป้าลวงได้ด้วยซึ่งมีประจำการในกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีนแล้วตามข้อมูลของเจ้าหน้าที่บริษัท

MSS-1 ถูกอธิบายในลักษณะ "ระบบต่อต้านทางเสียงใต้น้ำอัตตาจรที่ออกแบบสำหรับสงครามปราบเรือดำน้ำ(ASW: Anti-Submarine Warfare) สำหรับสถานการณ์การรบปะทะและสถานการณ์ฝึก
ซึ่งได้ใช้ "การจำลองการรับส่งคลื่นเสียงความคมชัดสูงของการแพร่คลื่นเสียงจากเรือดำน้ำ" และ "เสียงสะท้อนซ้ำขณะกำลังรับ" ที่สามารถลวง "Sonar, Torpedo นำวิถีด้วยเสียง, และ Torpedo นำวิถีด้วยเสียงและเส้นลวด" ได้

MSS-1 มีความยาว 5,500mm เส้นผ่าศูนย์กลาง 533.4mm หนัก 1,100kg สามารถปล่อยจากท่อยิง Torpedo และเก็บกู้กลับมาได้ใน Mode การฝึก
มีความเร็ว 10-15knots ใช้งานได้ในความลึก 10-300m มีระยะเวลาทำงาน 100นาทีที่ความเร็ว 10knots หรือ 45นาทีที่ความเร็ว 15knots ครับ

IDEX 2017: Chinese Navy to acquire new trimaran hull frigate
The trimaran vessel, as displayed by CSSC at IDEX. (Richard D Fisher Jr)

CSSC also displayed a model of a 700 tonne derivative of the PLAN's Type 022 catamaran FAC. (Richard D Fisher Jr)
http://www.janes.com/article/67930/idex-2017-chinese-navy-to-acquire-new-trimaran-hull-frigate

China Shipbuilding Trading Corporation(CSSC) รัฐวิสาหกิจด้านอุตสาหกรรมทางเรือสาธารณรัฐประชาชนจีนได้เปิดตัวแนวคิดเรือฟริเกตทรง Trimaran ใหม่ในงานแสดงอาวุธ IDEX 2017
โดยทาง CSSC ให้ข้อมูลกับ Jane's  ว่าเรือฟริเกตทรง Trimaran รุ่นใหม่ดังกล่าวนี้ได้กำลังถูกสร้างให้กองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีนแล้ว

ตามข้อมูลจาก CSSC คุณสมบัติของเรือฟริเกตทรง Trimaran ใหม่นี้มีระวางขับน้ำ 2,450tons ตัวเรือยาว 142m กว้าง 32.6m ความเร็วมัธยัสถ์ 25knots ความเร็วสูงสุด 30-35knots ระยะเวลาปฏิบัติการ 30วัน กำลังพลประจำเรือมากกว่า 100นาย
เจ้าหน้าที่ของ CSSC กล่าวว่าเรือฟริเกตดังกล่าวใช้เครื่องยนต์ดีเซลให้ให้พลังงานกับ "ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าทางทะเล" ซึ่งนำไปขับเคลื่อน Pump Jets 3ระบบ ซึ่งเรือไม่จำเป็นต้องมีระบบขับเคลื่อนใบจักรที่สอง
แม้ว่าจะมีขนาดเบากว่าเรือฟริเกตชั้น Type 054A เรือฟริเกต Trimaran นี้ได้ติดตั้งอาวุธในรูปแบบเดียวกัน ทั้งปืนใหญ่เรือ 76mm 1กระบอก, แท่นยิงแนวดิ่ง VLS 16-32ท่อยิง, อาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ 8นัด, ระบบป้องกันระยะประชิด CIWS 2ระบบ และโรงเก็บเฮลิคอปเตอร์ 2เครื่อง

CSSC ยังได้เปิดตัวแนวคิดเรือเร็วโจมตีใหม่ขนาด 700tons ซึ่งมีพื้นฐานจากเรือเร็วโจมตีติดอาวุธปล่อยนำวิถีทรง Catamaran ชั้น Type 022 โดยติดปืนใหญ่เรือ 76mm และอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ 4นัด
ทาง CSSC กล่าวว่าทางกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีนยังไม่ได้แสดงความสนใจใดๆในแบบเรือรุ่นนี้ และยังไม่มีแผนที่จะสร้างด้วยครับ

วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ฟินแลนด์จะจัดหาปืนใหญ่อัตตาจร K9 จากเกาหลีใต้

Finland buys K9 howitzers from South Korea
Finland has confirmed it will buy 48 K9 howitzers from South Korea. Source: IHS Markit/Peter Felstead
http://www.janes.com/article/67827/finland-buys-k9-howitzers-from-south-korea

ตามการยืนยันของกระทรวงกลาโหมฟินแลนด์เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ฟินแลนด์จะจัดซื้อปืนใหญ่อัตตาจรสายพาน K9 Thunder 155mm จากสาธารณรัฐเกาหลี
ตามการแถลงรัฐมนตรีกลาโหมฟินแลนด์ Jussi Niinisto ได้อนุมัติการจัดซื้อปืนใหญ่อัตตาจร K9 จำนวน 48ระบบที่เคยประจำการในกองทัพบกสาธารณรัฐเกาหลีในวงเงิน 146 million Euros($155 million)
ซึ่งกระทรวงกลาโหมฟินแลนด์แจ้งว่าได้รวมการฝึก, อะไหล่ และการบำรุงรักษา สัญญาจัดหายังครอบคลุมทางเลือกในกระบวนการจัดหา ป.อัตตาจร K9 เพิ่มเติมด้วย

ความเคลื่อนไหวนี้เป็นที่คาดไว้ตั้งแต่ที่กระทรวงกลาโหมฟินแลนด์ได้ประกาศเมื่อเดือนกรกฎาคม 2016 ว่าได้เริ่มการเจรจาโดยตรงกับเกาหลีใต้เพื่อจัดซื้อ ป.อัตตาจร K9
ณ เวลานั้นกระทรวงกลาโหมฟินแลนด์กล่าวว่าได้เลือกที่จะไปในทาง K9 เหนือทางเลือกอื่นในตลาดด้วยเหตุผลด้านราคาและความเข้ากันกันของระบบด้วยพื้นฐานกองทัพแบบมีการเกณฑ์ทหาร
กองทัพฟินแลนด์(FDF: Finnish Defence Forces) ได้ดำเนินการทดสอบปืนใหญ่อัตตาจร K9 ไปเมื่อปลายปี 2016 ตามที่ได้เคยรายงานไปก่อนหน้านี้


การส่งมอบปืนใหญ่อัตตาจร K9 ให้ฟินแลนด์จะเริ่มขึ้นในปี 2017 ในคำสั่งจะมีการฝึกเจ้าหน้าที่นายทหารในปีนี้ ทหารกองประจำการฟินแลนด์จะเริ่มการฝึกกับ K9 ในปี 2019 ขณะที่การรับมอบครบทั้ง 48ระบบจะเสร็จสิ้นในปี 2024
ระยะเวลานี้เป็นไปตามที่ออกมาก่อนหน้าโดยแผนของฟินแลนด์ที่จะความพร้อมปฏิบัติการขั้นต้นของปืนใหญ่ใหม่ในปี 2020 และจะมีความพร้อมเต็มอัตราในปี 2025

การจัดซื้อ K9 จะทำให้กองทัพฟินแลนด์สามารถปลดประจำการระบบปืนใหญ่เก่าหลักของโซเวียต ซึ่งปัจจุบันกองทัพฟินแลนด์ยังคงประจำการปืนใหญ่สมัยโซเวียตหลายระบบและหลายขนาดลำกล้อง
ทั้งปืนใหญ่ลากจูง M-46 130mm, ปืนใหญ่อัตตาจรสายพาน 2S5 Giatsint-S 152mm, ปืนใหญ่อัตตาจรสายพาน 2S1 Gvozdika 122mm
คาดว่าปืนใหญ่อัตตาจร K9 จะเสริมกับระบบปืนใหญ่กระสุนมาตรฐาน NATO ที่มีใช้งานกองทัพฟินแลนด์ อย่างปืนใหญ่ลากจูง 155 GH 52 APU ขนาด 155mm
นอกเหนือจากที่กระทรวงกลาโหมฟินแลนด์ไม่ได้กล่าวถึง คาดว่า ป.อจ.K9 จำเป็นจะต้องผ่านการซ่อมยกเครื่อง ดัดแปลง และปรับปรุงใหม่ก่อนเข้าประจำการในกองทัพฟินแลนด์ด้วยครับ

วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ออสเตรียจะฟ้องร้อง Airbus เรื่องการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon

Austria to sue Airbus over Eurofighter deal
Austria is to sue manufacturer Airbus over the country's purchase of Eurofighter Typhoon fighter aircraft. Source: Bundesheer
http://www.janes.com/article/67793/austria-to-sue-airbus-over-eurofighter-deal

ออสเตรียประกาศที่จะเปิดการฟ้องร้องคดีความมูลค่าสูงถึง 1.1 billion Euros($1.17 billion) ต่อบริษัท Airbus ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการขายเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ให้ออสเตรียในปี 2003
รัฐบาลออสเตรียได้เผยแพร่เอกสารอรรถคดี 130หน้าต่อการดำเนินคดีกับ Airbus เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เนื้อหาสรุปการอ้างอิงผลการสอบสวนในปี 2012 ที่จัดทำด้วยชุดเฉพาะกิจโดยกระทรวงกลาโหมและกีฬาออสเตรีย(BMLVS) ซึ่งได้เพิ่มการฟ้องร้อง
ในรายงานทาง Airbus ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาและเรียกว่าเป็นการดำเนินการรุกรานทางกฎหมายที่น่ารังเกียจโดยตัวแทนจากรัฐบาล Vienna ในการเคลื่อนไหวทางการเมือง

ออสเตรียได้ตั้งข้อกล่าวหาสองกระทงคือ ข้อหาที่หนึ่งว่าบริษัท(EADS เดิม) ได้รวมเงิน 183 million Euros อันไม่จำเป็นในข้อเสนอที่เกี่ยวข้องในอนาคตเป็นการเพิ่มเติมราคาที่รวมเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา
รัฐมนตรีกลาโหมออสเตรีย Hans Peter Doskozil ได้กล่าวหาว่าเงินทุนดังกล่าวได้ถูกนำไปแจกจ่ายให้กับ 'เครือข่ายอาชญากรรม' ผ่านทางบริษัทบังหน้าที่เป็นเปลือกที่จดทะเบียนใน London อังกฤษในชื่อ Vector Aerospace(ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทแคนาดาที่มีชื่อเดียวกัน)
การฟ้องร้องนี้ดูเหมือนจะเชื่อมโยงกับการบุกจับเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2012 โดยตำรวจเยอรมนี, อิตาลี และออสเตรีย ในการสอบสวนข้อกล่าวหากรณีการติดสินบนการรักษาความปลอดภัยการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ของออสเตรีย

ข้อหาที่สองคือกล่องว่า Airbus รู้ดีว่าไม่มีทางที่จะส่งมอบเครื่องบินขับไล่ Typhoon Tranche 2/Block 8 ให้ออสเตรียตามระยะเวลาที่กำหนดในปี 2007 ได้
แม้จะมีการวางพวกตนเองของ BMLVS ในการตรวจจสอบคุณภาพที่โรงงานสายการประกอบอากาศยานที่ Manching เยอรมนี
ตอนนี้ออสเตรียได้ฟ้องร้องว่าเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon จะไม่มีทางประสบความสำเร็จในการแข่งขันโครงการจัดหา ถ้ารู้ว่ามันได้พลาดกำหนดเส้นตายที่วางไว้

ออสเตรียเดิมได้ตัดสินใจจัดหาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon Tranche 2/Block 8 จำนวน 18เครื่อง
แม้ว่าชุดแรก 6เครื่องจะเป็น Typhoon Tranche 1/Block 5  ซึ่งภายหลังสัญญาได้ปรับเปลี่ยนให้เป็นเครื่องมาตรฐานรุ่น Tranche 2/Block 8
อย่างไรก็ตามรัฐบาลออสเตรียมีความแน่ใจในขณะนี้ว่าการปรับปรุงนี้มีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก และทาง Airbus ไม่เคยมีการวางแผนที่จะดำเนินการจริงแต่อย่างใดครับ

วันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

รัสเซียส่งมอบเครื่องบินฝึกไอพ่น Yak-130 ชุดแรกให้กองทัพอากาศพม่า


Myanmar Air Force receives its first three Yak-130 jet Trainer form Russia
http://www.menadefense.net/2017/02/17/myanmar-recoit-trois-premiers-yak-130/

หลังจากที่มีการเผยแพร่ภาพการทำการบินครั้งแรกของเครื่องบินฝึกไอพ่น Yak-130 ของกองทัพอากาศพม่าที่โรงงานอากาศยาน Irkutsk ของสำนักออกแบบ Yakovlev บริษัท Irkut Corporation ในเครือ United Aircraft Corporation รัสเซียเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2016
ล่าสุดมีรายงานภาพเผยแพร่ออกมาว่ารัสเซียได้ทำการส่งมอบเครื่องบินฝึกไอพ่น Yak-130 ชุดแรกจำนวน 3เครื่องให้กองทัพอากาศพม่าแล้ว โดยเครื่องบินฝึกไอพ่น Yak-130 หมายเลข 1801, 1802 และ 1803 ได้เดินทางมาถึงฐานทัพอากาศในพม่าแล้วในเดือนกุมภาพันธ์นี้

ตามเอกสารของ Rosoboronexport รัฐวิสาหกิจด้านการส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์ของรัฐบาลรัสเซีย กองทัพอากาศพม่าได้ลงนามสัญญาจัดหา Yak-130 ขั้นต้น 3เครื่องเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2015 โดยมีรายงานว่าพม่ามีความต้องการจัดหา Yak-130 ทั้งหมดรวม 12เครื่อง
ปัจจุบันกองทัพอากาศพม่ามีเครื่องบินฝึกไอพ่น Hongdu K-8 สาธารณรัฐประชาชนจีนจำนวน 18เครื่อง จากความต้องการ 50เครื่อง โดยได้ดำเนินการประกอบในโรงงานอากาศยานของพม่า ซึ่ง K-8 ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องบินโจมตีเบาติดอาวุธโจมตีทางอากาศต่อกองกำลังชนกลุ่มน้อย
ซึ่งพม่าเป็นลูกค้ารายที่4ที่จัดหา Yak-130 จากรัสเซียต่อจาก กองทัพอากาศเบลารุส 8เครื่อง, กองทัพอากาศแอลจีเรีย 16เครื่อง และกองทัพอากาศบังคลาเทศ 16เครื่องครับ

การลงนามสัญญาจัดหาเครื่องบินขับไล่ Su-35 รัสเซียให้อินโดนีเซียจะมีขึ้นในเร็วๆนี้

Contract for delivery of Russia’s Su-35 fighter jets to Indonesia to be signed soon
Su-35 fighter jet
Russia plans to sign a contract with Indonesia on the delivery of ten Su-35 multipurpose fighter jets
http://tass.com/defense/931461

สัญญาการส่งมอบเครื่องบินขับไล่พหุภารกิจขั้นก้าวหน้า Sukhoi Su--35 รัสเซียให้อินโดนีเซียคาดว่าจะมีการลงนามได้ในราวอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้
ตามที่ Viktor Kladov ผู้อำนวยการฝ่ายความร่วมมือระหว่างประเทศและนโยบายภูมิภาคของ Rostec กลุ่มอุตสาหกรรมความมั่นคงรัสเซีนยกล่าวในงานแสดงการบิน Aero India 2017 ที่ Bangalore อินเดียเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์นั้น
"เราหวังว่าสัญญาสำหรับ Su-35 จะได้รับการลงนามในอนาคตอันใกล้ เราเชื่อว่ามันจะถูกลงนามในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า" นาย Kladov กล่าว

รายงานก่อนหน้านี้นั้นรัสเซียมีแผนที่จะลงนามสัญญากับอินโดนีเซียในการส่งมอบเครื่องบินขับไล่ Su-35 จำนวน 10เครื่อง ซึ่งกองทัพอินโดนีเซียแล้วได้มีการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์จากรัสเซียเป็ฯจำนวนมาก
เฉพาะกองทัพอากาศอินโดนีเซียก็ได้จัดหาเครื่องบินขับไล่ Su-27SK และ Su-30MK จากรัสเซียเข้าประจำการไปก่อนหน้านี้แล้ว
ซึ่ง Su-35 จะถูกนำมาทดแทนเครื่องบินขับไล่ Northop F-5E Tiger II สหรัฐฯที่กองทัพอากาศอินโดนีเซียประจำการมาตั้งแต่ปี 1980 ซึ่งเก่าและล้าสมัยครับ

วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

อังกฤษประกาศการนำเข้าประจำการขั้นต้นเครื่องบินขับไล่ F-35B และสาธิตการปฏิบัติการร่วมกับเครื่อบินขับไล่ Typhoon

UK awards F-35B initial Release to Service
The initial Release to Service for the F-35B will allow for the start of peacetime and ab initio student training. Source: Crown Copyright
http://www.janes.com/article/67775/uk-awards-f-35b-initial-release-to-service

กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรได้ยืนยันกับ Jane's ว่าได้ลงนามการนำเข้าประจำการขั้นต้น(RtS: Release to Service) ของเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35B Lightning II Joint Strike Fighter(JSF) เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์แล้ว
RtS ซึ่งเป็นการกำหนดที่ครอบคลุมการปฏิบัติการที่ปลอดภัยของ F-35B ถือเป็นหลักสำคัญของโครงการของอังกฤษที่จะอนุญาตให้มีการฝึกนักบินในยามสงบ
สำหรับเครื่องบินบินขึ้นระยะสั้นลงจอดทางดิ่ง(STOVL: Short Take-Off and Vertical Landing) แบบนี้ ที่รวมถึงการฝึกนักบินเปลี่ยนแบบชุดเริ่มต้นเป็นครั้งแรกด้วย

กำลังพลที่ปฏิบัติการกับ F-35B ของกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร(RAF: Royal Air Force) และกองทัพเรือสหราชอาณาจักร(RN: Royal Navy) ปัจจุบันได้ประจำการที่สถานีอากาศนาวิกโยธิน(MCAS: Marine Corps Air Station) Beaufort ในมลรัฐ South Carolina สหรัฐฯ
ซึ่งเป็นสถานที่ฝึกนักบินเปลี่ยนแบบ F-35B ของนาวิกโยธินสหรัฐฯ(USMC: US Marine Corps) (หรือที่ถูกตั้งชื่อโดยเจ้าหน้าที่ว่า Cat 1) ซึ่งได้เริ่มการฝึกตั้งแต่กลางปี 2016 โดยหลักสูตรได้พร้อมสำหรับนักเรียนศิษย์การบินอังกฤษรุ่นแรกตามมา
ถึงตอนนี้อังกฤษได้รับมอบ F-35B ชุดทดสอบและประเมินค่า 5เครื่อง และเครื่องที่จะใช้ปฏิบัติการ 10เครื่องเพิ่งมีการลงนามาสัญญา จากความต้องการทั้งหมด 138เครื่อง
ที่จะนำมาปฏิบัติการบนเรือบรรทุกเครื่องบิน Queen Elizabeth ทั้ง 2ลำของกองทัพเรืออังกฤษ และปฏิบัติการร่วมกับเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ของกองทัพอากาศอังกฤษ

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2015 ฝูงบินสำรองที่17 ของกองทัพอากาศอังกฤษได้ถูกจัดตั้งขึ้นในฐานะเป็นฝูงบินปฏิบัติการทดสอบและประเมินค่าที่ฐานทัพอากาศ Edwards ในมลรัฐ California สหรัฐฯ
ก่อนหน้านี้กระทรวงกลาโหมอังกฤษได้ประกาศหน่วยปฏิบัติการแรกคือฝูงบินที่617 Dambusters ที่เคยจะจัดตั้งที่ MCAS Beaufort ก่อนสิ้นปี 2016 ช่วงที่จะจัดตั้งหน่วยอย่างเป็นทางการคือเมื่อเครื่องเดินทางถึงอังกฤษในปี 2018
และที่ตั้งหลักของฝูงในอนาคตที่อังกฤษคือฐานทัพอากาศ Marham กองทัพอากาศอังกฤษ อย่างไรก็ตาม Jane's ได้รับแจ้งข้อมูลกองกำลังที่ปฏิบัติการกับ F-35B (UK Lightning Force) ของอังกฤษว่าการจัดตั้งหน่วยจะอย่างเต็มรูปแบบจะเริ่มในปี 2018
ตามข้อมูลเพิ่มเติมของกองกำลัง Lightning ฝูงบินอากาศนาวีที่ 809 Immortals กองทัพเรืออังกฤษนั้นจะได้ถูกจัดขึ้นตามมาเป็นหน่วยที่สองและจะทำการทดสอบปฏิบัติการในทะเลในปี 2018 และจะตั้งอย่างเป็นทางการในปี 2023 ครับ

RAF demos F-35B and Typhoon interoperability
The F-35B and Typhoon will form the UK's combat aviation force from 2019, making interoperability between the fifth- and fourth-generation types essential. Source: Lockheed Martin
http://www.janes.com/article/67763/raf-demos-f-35b-and-typhoon-interoperability

ตามประกาศเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กองทัพอากาศสหราชอาณาจักรได้สาธิตระบบการทำงานร่วมกันใหม่ที่จะอนุญาตให้เครื่อบินขับไล่ยุคที่4 และเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 สามารถสื่อสารร่วมกับอีกได้
ระบบ Northrop Grumman Airborne Gateway ได้ถูกออกแบบมาใช้กับเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon FGR4 และ Lockheed Martin F-35B Lightning II เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน ซึ่งได้มีการทดลองเป็นเวลา 2สัปดาห์ที่สหรัฐฯ

ระบบนี้ถูกเรียกในชื่อ Babel Fish III กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรได้สนับสนุนทุนในการบินทดสอบระบบที่ทะเลทราย Mojave ในมลรัฐ California ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกซ้อมรบ High Rider ของกองทัพอากาศอังกฤษในสหรัฐฯ
ระหว่างการทดสอบระบบ Airborne Gateway ได้แปลงข้อความจากระบบ MADL(Multifunction Advanced Data Link) ของ F-35B เป็นรูปแบบที่พร้อมในการอ่านโดย Link 16 datalink ของ Typhoon
ซึ่งในขณะที่ F-35B สามารถสื่อสารกับ Typhoon ผ่าน Link 16 ได้โดยตรง แต่ไม่สามรถส่งข้อมูลผ่าน MADL data link ได้

"นี่เป็นครั้งแรกที่เครื่องบินขับไล่ยุคที่5 และเครื่องบินขับไล่ยุคที่4ที่ไม่ใช่เครื่องของสหรัฐฯได้แลกเปลี่ยนข้อมูลผ่าน MADL และความสำคัญของการสาธิตการปฏิบัติการร่วมนี้คืออังกฤษได้เข้าใกล้ความพร้อมการปฏิบัติการขั้นต้นของ F-35 Lightning II ของตนในปลายปี 2018
ความสามารถของเครือข่ายระบบข้อมูลตรวจจับระหว่างเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 และเครื่องบินขับไล่ยุคที่4 และพื้นที่การรบอื่นที่มีคุณสมบัติตรวจจับได้ยาก ซึ่งเป็นความสำคัญยิ่งของการเสนอขีดความสามารถเต็มรูปแบบของเครื่องบินขับไล่ยุคที่5" บริษัท Northrop Grumman แถลง
องค์ประกอบสำคัญของระบบ Airborne Gateway คือชุดคำสั่งกำหนดวิทยุ Northrop Grumman Freedom 550 ซึ่งนำการบูรณาการการสื่อสาร, การนำร่อง, การพิสูจน์ทราบชุด Avionic ของบริษัทที่พัฒนาและผู้ผลิตสำหรับ F-35 วิทยุนี้ได้รับการตรวจสอบภายใต้โครงการ Jetpack Joint Capability Technology Demonstration ที่ดำเนินในปี 2014 แล้ว

Northrop Grumman ได้นำระบบที่มีขีดความสามรถเดียวกับ Airborne Gateway ในเดือนมีนาคม 2016 มาใช้ในการฝึก Jericho Dawn 16-3 ออสเตรเลีย
โดยประสบความสำเร็จในการสาธิตการบูรณาการปฏิบัติการทางอากาศและภาคพื้นดินระหว่างการซ้อมรบยิงด้วยกระสุนจริงครับ

วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

บราซิลยกเลิกแผนการปรับปรุงและเตรียมปลดประจำการเรือบรรทุกเครื่องบิน Sao Paulo

Brazil Gives Up Modernization Plans for Aircraft Carrier Sao Paulo, Prepares for Decommissioning 
Sao Paulo at sea, December 2013. Picture: Rob Schleiffert

View of the forward flight deck of the Brazilian aircraft carrier Sao Paulo in 2003. Four McDonnell Douglas AF-1 (A-4) Skyhawk fighters and an Argentine Navy Grumman S-2T Tracker are visible. Picture: US Navy.
http://navyrecognition.com/index.php/news/defence-news/2017/february-2017-navy-naval-forces-defense-industry-technology-maritime-security-global-news/4895-brazil-gives-up-modernization-plans-for-aircraft-carrier-sao-paulo-prepares-for-decommissioning.html

ตามรายงานของหนังสือพิมพ์บราซิล Estado กองทัพเรือบราซิล(Marinha do Brasil) ได้ตัดสินใจที่จะปลดประจำการเรือบรรทุกเครื่องบิน A12 Sao Paulo หรือเดิมคือเรือบรรทุกเครื่องบิน Foch ของกองทัพเรือฝรั่งเศสที่บราซิลจัดหามาในปี 2000
บราซิลได้ใช้ระยะเวลายาวนานในการพิจารณาปรับปรุงเรือบรรทุกเครื่องบินที่มีอยู่ลำเดียวของตนโดยบริษัทผู้สร้างเรือคือ DCNS ฝรั่งเศส แต่ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงเรือนั้นถูกพิจารณาว่ามากเกินไปโดยเจ้าหน้าที่กองทัพเรือบราซิล จึงต้องล้มเลิกความตั้งใจในที่สุด

โดยแผนการปรับปรุงเรือนั้นได้รวมการเปลี่ยนระบบเครื่องยนต์ขับเคลื่อนใหม่ทั้งหมด, รางดีดส่งอากาศยาน catapult และระบบอำนวยการรบ ซึ่งต้องใช้งบประมาณเกินกว่า 1 billion Brazilian Reals (ประมาณ $324 million)
ขั้นตอนการปลดประจำการนั้นถูกตั้งให้เริ่มต้นทันทีและเสร็จสิ้นภายในปี 2020 กระบวนการอีกสามลำดับขั้นจะต้องใช้เวลาทำงานอีก 10ปี โดยเครื่องบินโจมตี A-4 Skyhawk ซึ่งถูกใช้เป็นเครื่องบินขับไล่ประจำเรือ Sao Paulo จะยังคงประจำการต่อไปที่ฐานบิน Sao Pedro da Aldeia
วาระสุดท้ายของเรือบรรทุกเครื่องบิน Sao Paulo ยังไม่ได้มีการกำหนดตอนนี้ โดยเรือบรรทุกเครื่องบิน A11 Minas Gerais(ชั้น Colossus ชื่อ R71 HMS Vengeance อังกฤษเดิม) ที่ปลดประจำการไปก่อนในปี 2001 นั้นถูกขายไปแยกชิ้นส่วนในตลาดนานาชาติ

A12 Sao Paulo เดิมคือเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Clemenceau ชื่อ Foch ของกองทัพเรือฝรั่งเศสที่เข้าประจำการครั้งแรกในปี 1963 และถูกขายต่อให้บราซิลในปี 2000 และได้เป็นเรือธงของกองทัพเรือบราซิล
เรือบรรทุกเครื่องบิน Sao Paulo มีระวางขับน้ำ 32,800tons ตัวเรือยาว 265m กำลังพลประจำเรือ 1,920นาย บรรทุกอากาศยานไปกับเรือได้ 39เครื่อง แบ่งเป็นเครื่องบินปีกตรึงไอพ่น 22เครื่อง และเฮลิคอปเตอร์ 17เครื่อง
โดยกำลังอากาศยานประจำเรือบรรทุกเครื่องบินของกองทัพเรือบราซิลประกอบด้วย เครื่องบินโจมตี A-4KU Skyhawk, เฮลิคอปเตอร์ AS532SC Cougar, HB350 และ HB355 Ecureuil และ SH-3 Sea King

ระหว่างปี 2005-2010 ซึ่งเรือได้ถูกพิจารณาโครงการปรับปรุง การปรับปรุงเรือประกอบด้วย การตรวจสอบและซ่อมเครื่องยนต์กังหันไอน้ำการซ่อมบำรุงเครื่องควบแน่น(surface condenser), เปลี่ยนท่อหม้อต้มน้ำใหม่(boiler), ซ่อมเครื่องอัดความดันสูง(high-pressure compressor) 2ตัว, แก้ไขเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ, จัดซื้ออะไหล่, ซ่อมบำรุงปั๊ม, วาล์ว, เพิ่มเครื่องแยกน้ำ-น้ำมัน, ติดตั้งระบบเครื่องทำน้ำเย็น, ปรับปรุงเครื่องสร้าง oxygen เคมี, ซ่อมและรักษาสภาพถังน้ำมัน, ทดแทนระบบข้อมูลทางยุทธวิธีทางเรือ(Naval Tactical Data System)ใหม่, ติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด, ติดตั้งตัวส่งสัญญาณพิสูจน์ฝ่าย IFF, ติดตั้งระบบ MAGE(ESM), ตรวจสอบดาดฟ้าบิน ซ่อม และทาสีใหม่, ปรับปรุงระบบปฏิบัติการลงจอด(Optical Landing System) และแก้ไขรางดีดส่งอากาศยานขึ้นบิน(catapult)
อย่างไรก็ตามข้อบกพร่องในส่วนระบบเครื่องยนต์, ระบบขับเคลื่อนใบจักร, และรางดีดส่งนั้นมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ทำให้เรือ Sao Paulo ออกทะเลน้อยครั้งมากตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา

บริษัท SAAB สวีเดนเคยเสนอเครื่องบินขับไล่ Sea Gripen หรือในปัจจุบันชื่อ Gripen M แก่กองทัพเรือบราซิลเพื่อทดแทน A-4 Skyhawk หรือเครื่องบินขับไล่โจมตี AF-1 ตามการกำหนดแบบของกองทัพบราซิล
แต่การจะปลดประจำการเรือบรรทุกเครื่องบิน Sao Paulo ทำให้ลูกค้าที่เป็นไปได้รายเดียวของเครื่องบินขับไล่ Gripen M คือกองทัพเรืออินเดียในโครงการ MRCBF(Multi-Role Carrier Borne Fighters) ตามที่เคยรายงานไป
โดย SAAB ยังมองความเป็นไปได้ในการเสนอเครื่องบินขับไล่ Gripen E/F ในโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่เบาใหม่ของกองทัพอากาศอินเดีย และการปรับปรุงเครื่องบินขับไล่ Tejas LCA ด้วย AESA radar รุ่น Compact

ทั้งนี้ปัจจุบันการให้ลำดับความสำคัญใหม่ของกองทัพเรือบราซิลถูกมุ่งไปยังโครงการจัดหาและสร้างเรือดำน้ำภายในประเทศที่ร่วมเป็นหุ้นส่วนกับ DCNS ฝรั่งเศส
ทั้งการจัดหาและสร้างเรือดำน้ำดีเซล-ไฟฟ้าแบบ Scorpene 4ลำ และการสร้างเรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์ลำแรกของกองทัพเรือบราซิลครับ