วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

TKMS เสนอเรือคอร์เวต MEKO A-100 และ BAE Systems เสนอเรือฟริเกต Type 31 แก่กองทัพเรือไทย


ThyssenKrupp Marine Systems(TKMS) has showcased Model of Blohm+Voss Class MEKO A-100 Corvette/Light Frigate for Royal Thai Navy and HDW class Type 209/1400mod Submarine
at Defense and Security 2017 exhibition in Bangkok Thailand on 6-9 November.(My Own Photos)

Defence & Security 2017: BAE Systems positions Type 31 frigate for Thailand
Cammell Laird and BAE Systems will bid the Leander design to meet the Type 31e requirement. (Cammell Laird)
http://www.janes.com/article/75449/defence-security-2017-bae-systems-positions-type-31-frigate-for-thailand

บริษัท ThyssenKrupp Marine Systems(TKMS) เยอรมนีได้นำเสนอแบบเรือคอร์เวต/ฟริเกตเบา MEKO A-100 ของตนเป็นตัวเลือกหนึ่งของโครงการจัดหาเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งและเรือฟริเกตใหม่ในอนาคตของกองทัพ
ตามบริษัทได้จัดแสดงแบบจำลองผลิตภัณฑ์ของตนในงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ Defense and Security 2017 ที่ศูนย์จัดแสดงสินค้า Impact เมืองทองธานี กรุงเทพฯ ประเทศไทย ระหว่างวันที่ ๖-๙ พฤศจิกายนที่ผ่านมา

โดยบริษัท Blohm+Voss ในเครือ TKMS เยอรมนีนั้นได้มีการเจรจากับบริษัท Marsun ไทยในความร่วมมือถ่ายทอด Technology ในการพัฒนาเรือรบตั้งแต่เรือตรวจการณ์จนถึงเรือฟริเกตในการลงทุนอัตราส่วน 50:50
ที่น่าจะรวมถึงการเสนอแบบเรือคอร์เวต MEKO A-100 ที่ถ้าได้รับเลือกก็จะทำการสร้างในไทยด้วย (http://www.janes.com/article/66495/thai-shipbuilder-marsun-plans-ipo-to-support-expansion)

แบบเรือ MEKO นั้นถูกออกแบบมาเป็นระบบ Modular ที่สามารถเลือกติดตั้งอาวุธและอุปกรณ์ได้ตามความต้องการลูกค้า ซึ่งประเทศที่ได้จัดหาแบบเรือ MEKO A-100 พร้อมสิทธิบัตรการสร้างในประเทศแล้วมีเช่น เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ORP Ślązak กองทัพเรือโปแลนด์(Polish Navy)
ทั้งนี้ TKMS ยังได้แสดงแบบจำลองเรือดำน้ำ Type 209/1400mod ของบริษัท Howaldtswerke-Deutsche Werft(HDW) ในเครือ แสดงถึงการมองโอกาสในการเสนอเรือดำน้ำของตนในภูมิภาค ASEAN อยู่

บริษัท BAE Systems สหราชอาณาจักรได้วางตำแหน่งแบบเรือฟริเกตเอนกประสงค์ Type 31 ของตนเพื่อให้ตรงความต้องการในโอกาสที่เป็นไปได้ของของกองทัพเรือไทยสำหรับการเพิ่มเติมกำลังเรือผิวน้ำในอนาคต ตามที่โฆษกของบริษัทกล่าวกับ Jane's ในงาน Defense and Security 2017
ซึ่งบริษัทได้เสนอที่จะถ่ายทอด Technology การสร้างเรือภายในประเทศไทย ที่ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ ร่วมกับบริษัท อู่กรุงเทพ(Bangkok Dock) ไทยมีประสบการณ์ในการสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชุด ร.ล.กระบี่ ทั้งสองลำมาแล้ว

ชุด ร.ล.กระบี่ของไทยนั้นได้ใช้สิทธิบัตรแบบเรือ 90m Offshore Patrol Vessel(OPV) ของ BAE Systems เช่นเดียวกับเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น River กองทัพเรือสหราชอาณาจักร(Royal Navy) ซึ่งทางบริษัทกล่าวว่ามีข้อจำกัดทางการรบในสงครามตามแบบ
ดังนั้น BAE Systems จึงได้แสนอแบบเรือฟริเกต Type 31e ของตนที่เข้าแข่งขันในโครงการจัดหาของกองทัพเรืออังกฤษจำนวนขั้นต้น ๕ลำ ซึ่งพัฒนาจากแบบเรือ 99mm corvette คือเรือคอร์เวตชั้น Khareef กองทัพเรือโอมาน(Royal Navy of Oman)

ปัจจุบันกองทัพเรือไทยได้สั่งจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูง ร.ล.ท่าจีน(ลำที่๓) ที่สร้างโดยบริษัท Daewoo Shipbuilding and Marine Engineering(DSME) สาธารณรัฐเกาหลีในปี พ.ศ.๒๕๕๖(2013) วงเงินรวมประมาณ ๑๔,๙๙๗ล้านบาท($400 miilon)
โดยเรือฟริเกต ร.ล.ท่าจีน ลำใหม่มีกำหนดส่งมอบให้กองทัพเรือไทยในเดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๑(2018) ซึ่ง DSME เกาหลีใต้มุ่งหวังที่จะได้สัญญาการจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูงลำที่๒ ที่จะมีการถ่ายทอด Technology เพื่อสร้างภายในไทย

ทั้งนี้ กองเรือตรวจอ่าว กองเรือยุทธการ กองทัพเรือไทยยังมีความต้องการจัดหาเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งรวม ๖ลำ เพิ่มเติมจากชุด ร.ล.ปัตตานี ๒ลำ(ร.ล.ปัตตานี และ ร.ล.) ชุด ร.ล.กระบี่ ทั้งสองลำ(ร.ล.กระบี่ และ ร.ล.ตรัง) คือเรือ ตกก.เพิ่มอีกอย่างน้อย ๒ลำ
เช่นเดียวกับ กองเรือฟริเกตที่๑ กองเรือยุทธการ ที่มีการปลดประจำการเรือฟริเกตชุด ร.ล.พุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ๒ลำ(ร.ล.พุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และ ร.ล.พุทธเลิศหล้านภาลัย)ไปแล้ว(http://aagth1.blogspot.com/2017/09/blog-post_30.html) รวมถึงเรือฟริเกตชุด ร.ล.ตาปี ๒ลำ(ร.ล.ตาปี ร.ล.คีรีรัฐ) ในอนาคตครับ

วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

Thales และ Leonardo ลงนามความร่วมมือกับ DTI ในการสนับสนุนกองทัพไทย

Defence & Security 2017: Thales and Thailand’s DTI to jointly develop military technologies
http://www.janes.com/article/75448/defence-security-2017-thales-and-thailand-s-dti-to-jointly-develop-military-technologies

Defence & Security 2017: Leonardo and Thailand’s DTI collaborate on helicopter MRO
http://www.janes.com/article/75523/defence-security-2017-leonardo-and-thailand-s-dti-collaborate-on-helicopter-mro


Thales has showcased a range of products include NLAW anti-tank guided missile at Defense and Security 2017 exhibition in Bangkok Thailand on 6-9 November.(My Own Photos)


Leonardo has showcased a range of products include A244/S Mod 3 Lightweight Torpedo at Defense and Security 2017 exhibition in Bangkok Thailand on 6-9 November.(My Own Photos)

บริษัท Thales ฝรั่งเศส-ยุโรปได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ(MOU: Memorandum of Understanding) กับ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ สทป. หรือ DTI(Defence Technology Institute) กระทรวงกลาโหมไทย ในด้านความร่วมมือการวิจัยและพัฒนาทางความมั่นคง
ที่ลงนามเมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายนที่ผ่านมาในงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ Defense and Security 2017 ที่ศูนย์จัดแสดงสินค้า Impact เมืองทองธานี กรุงเทพฯ ประเทศไทย ระหว่างวันที่ ๖-๙ พฤศจิกายนที่ผ่านมา

ข้อตกลงที่ลงนามได้มุ่งเน้นไปยังขอบเขตการวิจัยและพัฒนาร่วมกันในหลายด้านทั้งการพัฒนา Radar, ระบบป้องกันภัยทางอากาศ, ระบบสื่อสาร Digital และระบบบัญชาการและควบคุม เป็นต้น
ซึ่ง Thales จะถ่ายทอด Technology และองค์ความรู้กับองค์ความรู้แก่ DTI ไทย และยังสนับสนุนโครงการต่างๆที่กำลังดำเนินการภายใต้สัญญากับกองทัพไทย(Royal Thai Armed Forces)

เช่นในส่วนของกองทัพเรือไทยนั้น Thales ได้รับสัญญาในการติดตั้งระบบของตนหลายระบบกับเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชุด ร.ล.กระบี่ ลำที่๒ คือ ร.ล.ตรัง ของกองทัพเรือไทย(Royal Thai Navy)ที่กำลังอยู่ระหว่างการสร้างที่ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ
ทั้งระบบอำนวยการรบ TACTICOS, Radar ตรวจการณ์พื้นน้ำ-อากาศ Variant, Radar ควบคุมการยิง STIR 1.2 EO Mk2, ระบบสงคราม Electronic ตรวจจับการแพร่คลื่น Radar แบบ Vigile รวมถึงการพัฒนาการเชื่อโยงเครือข่าย Link-T ร่วมกับกองทัพไทย

Thales ยังได้รับสัญญาในการปรับปรุงความทันสมัยของเรือล่าทำลายทุ่นระเบิดใกล้ฝั่งชุด ร.ล.บางระจัน ทั้ง ๒ลำคือ ร.ล.บางระจัน กับ ร.ล.หนองสาหร่าย กับติดตั้ง Radar พื้นน้ำแบบ SCOUT Mk3 ให้เรือคอร์เวตชุด ร.ล.รัตนโกสินทร์ ทั้ง ๒ลำ(ร.ล.รัตนโกสินทร์ กับ ร.ล.สุโขทัย)แทน ZW06 เดิม
รวมถึงยังเสนอที่จะปรับปรุงความทันสมัยของเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชุด ร.ล.ปัตตานี ทั้ง ๒ลำคือ ร.ล.ปัตตานี และ ร.ล.นราธิวาส ด้วยระบบต่างๆของ Thales ด้วย

บริษัท Leonardo อิตาลี-สหราชอาณาจักร ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ(MOU: Memorandum of Understanding) กับ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ DTI ในข้อตกลงการจัดตั้งโรงงานซ่อมบำรุงเฮลิคอปเตอร์ภายในไทยในงาน Defense and Security 2017 ที่ผ่านมา
สัญญาที่ลงนามครอบคลุมการจัดตั้งการบริการการซ่อมบำรุง, ซ่อมแซม และซ่อมยกเครื่อง(MRO: Maintenance, Repair and Overhaul) ของเฮลิคอปเตอร์ของ Leonardo ที่มีประจำการในกองทัพไทยและในภูมิภาค ASEAN

Brian McEachen รองประธานฝ่ายขายของ Leonardo ภาคเอเชียแปซิฟิค กล่าวว่า MOU ถือได้ว่าเป็นการวางหินให้เป็นหลักเพื่อก้าวเดินไปสู่การสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ในท้องถิ่น
โดยเฉพาะการเลือกไทยเป็นศูนย์การซ่อมบำรุงเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงขนาดกลาง AW101 และความเป็นไปได้สำหรับเฮลิคอปเตอร์แบบอื่นๆของ Leonardo

กองทัพบกไทย(Royal Thai Army) นั้นได้จัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป ฮ.ท.๑๓๙ AW139 และ ฮ.ท.๑๔๙ AW149 เช่นเดียวกับกองทัพเรือไทยที่จัดหาเฮลิคอปเตอร์ต่อต้านเรือผิวน้ำ ฮ.ตผ.๑ Super Lynx 300
ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของ Leonardo(AgustaWestland เดิม) รวมถึงการสนับสนุนและส่งออกเฮลิคอปเตอร์แก่ประเทศอื่นๆในภูมิภาค ASEAN

เช่น กองทัพอากาศอินโดนีเซีย(TNI-AU: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Udara)ที่จัดหา ฮ.ลำเลียง AW101 เข้าประจำการ
กับ ฮ.ลาดตระเวนติดอาวุธ AW109 ที่ประจำการในกองทัพบกมาเลเซีย(Malaysian Army) และกองทัพอากาศฟิลิปปินส์(Philippine Air Force)กับกองทัพเรือฟิลิปปินส์(Philippine Navy) เป็นต้นครับ

วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ระบบป้องกันภัยทางอากาศ VL MICA และ Skyguard 3 จะส่งมอบให้กองทัพบกไทยได้ในปี 2018

MBDA has showcased missile products include Model of VL MICA ground based air defence missile for Royal Thai Army and METEOR air-to-air missile to offer Royal Thai Air Force's SAAB Gripen Fighters
at Defense and Security 2017 exhibition in Bangkok Thailand on 6-9 November.(My Own Photo)



RHEINMETALL Defence has showcased military products include Model of Oerlikon GDF-007 35mm twin cannon with Skyguard 3 fire control radar for Royal Thai Army and Skyshield 35mm revolver cannons air defence system
at Defense and Security Thailand 2017.(My Own Photos)


DIEHL Defence has showcased missile products include IRIS-T air-to-air missile, Laser Guided Sidewinder(LaGS), IRIS-T SL ground based air defence missile and RIM-116 RAM Block 2 ship self-defence missile
at Defense and Security Thailand 2017.(My Own Photos)

บริษัท MBDA Missile System ฝรั่งเศส-เยอรมนี-สหราชอาณาจักร-อิตาลี ระบุว่าจะส่งมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ VL MICA ให้แก่กองทัพบกไทย(Royal Thai Army) ได้ในปีหน้า พ.ศ.๒๕๖๑(2018)
ตามที่ตัวแทนของบริษัทได้กล่าวในงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ Defense and Security 2017 ที่ศูนย์จัดแสดงสินค้า Impact เมืองทองธานี กรุงเทพฯ ประเทศไทย ระหว่างวันที่ ๖-๙ พฤศจิกายนที่ผ่านมา

กองทัพบกไทยได้จัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศ VL MICA ในปี ๒๕๕๗(2014) วงเงิน ๓,๕๒๐ล้านบาท ประกอบรถที่บังคับการ ๑ระบบ และแท่นยิงอาวุธปล่อยนำวิถีอัตตาจร จำนวน ๒ระบบ ซึ่งลดจากความต้องการเดิมที่ต้องการแท่นยิง ๔ระบบ
โดยแท่นยิง VL MICA แต่ละระบบมีท่อยิงจรวด ๔นัด สำหรับอาวุธปล่อยนำวิถี VL MICA RF นำวิถีแบบ Active Radar Homing หรือ VL MICA IR นำวิถีแบบ Infrared


MBDA กล่าวว่ากองทัพบกไทยจะนำระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ VL MICA ที่มีระยะยิง 20km ใช้งานร่วมกับ Radar ตรวจการณ์และป้องกันภัยทางอากาศ 3D แบบ TRML-3D/32 ของบริษัท Airbus Defence and Space
ซึ่ง Radar ควบคุมการยิง TRML-3D/32 นี้กองทัพบกไทยได้นำเข้าประจำการที่ ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก ๒ ศปภอ.ทบ.๒ ค่ายสุรนารี นครราชสีมาแล้ว

โดย MBDA กล่าวว่าระบบ VL MICA มีความอ่อนตัวในการใช้งานกับระบบ Radar ได้หลายแบบโดยทำหน้าที่เป็นเพียงระบบตรวจจับส่วนหนึ่ง โดย VL MICA รุ่นนำวิถี Radar นั้นมีพื้นฐานเดียวกับรุ่นอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ และรุ่นยิงจากเรือผิวน้ำที่ทำการยิงได้อย่างอิสระ
ซึ่งระบบนำวิถีแบบ Active Radar Homing ของ VL MICA มีข้อเปรียบที่จรวดสามารถทำงานเพื่อนำวิถีเข้าหาเป้าหมายได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องใช้ Radar ควบคุมการยิงชี้เป้าให้ตลอดเวลาเหมือนระบบที่นำวิถีแบบ Semi-Active Radar Homing

สำหรับโอกาสของอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยไกล Meteor กับเครื่องบินขับไล่ บ.ข.๒๐/ก Gripen C/D ฝูงบิน๗๐๑ กองบิน๗ กองทัพอากาศไทย(Royal Thai Air Force) ซึ่ง Gripen เป็นเครื่องบินขับไล่แบบแรกที่รองรับการยิง Meteor นั้น
แม้ว่า Meteor จะมีสมรรถนะและพิสัยยิงที่เหนือกว่าอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยกลาง AIM-120C AMRAAM ที่ Gripen ใช้ในปัจจุบันก็ตาม แต่การจัดหาผู้เขียนเข้าใจว่าน่าจะขึ้นกับความพร้อมด้านงบประมาณเป็นหลักซึ่งยังไม่ชัดเจนในตอนนี้

ทางด้านบริษัท Rheinmetall Defence เยอรมนี-สวิสเซอร์แลนด์ ที่เป็นผู้ผลิตระบบป้องกันภัยทางอากาศปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานลากจูง Oerlikon GDF-007 35mm แฝดสอง และ Radar ควบคุมการยิง Skyguard 3
ที่กองทัพบกไทยได้สั่งจัดหา Skyguard 3 จำนวน ๔ระบบ และ ปตอ.ลากจูง Oerlikon GDF-007 35mm จำนวน ๘กระบอก ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๕๘(2015) นั้น(http://aagth1.blogspot.com/2016/01/rheinmetall-oerlikon-skyguard-3.html)

ปัจจุบันยังไม่มีรายงานยืนยันว่ากองทัพบกไทยได้รับมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศ Skyguard 3 พร้อม ปตอ.Oerlikon GDF เพื่อทดแทนปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานเก่าที่ล้าสมัย โดยเฉพาะระบบ ปตอ.จีนอย่าง Type 74 37mm แฝดสอง และ Type 59 57mm แล้วหรือไม่นั้น
จากรายงานกำหนดส่งมอบระบบเดิมในปีนี้ พ.ศ.๒๕๖๐(2017) ถ้าไม่ใช่ภายในปลายปีนี้ การส่งมอบระบบก็อาจจะเป็นภายในปีหน้า พ.ศ.๒๕๖๑(2018)

ทั้งนี้บริษัท Diehl Defence เยอรมนี ที่เป็นผู้ผลิตอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้ IRIS-T ที่ใช้ติดตั้งกับเครื่องบินขับไล่ Gripen C/D และเครื่องบินขับไล่ F-16AM/BM EMLU ฝูงบิน๔๐๓ กองบิน๔ กองทัพอากาศไทยนั้น
ก็ได้จัดแสดงแบบจำลองของระบบป้องกันภัยทางอากาศอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ IRIS-T SL และระบบป้องกันตนเองอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศพิสัยใกล้บนเรือผิวน้ำ RIM-116 RAM Block 2 เสนอแก่ไทยและกลุ่มประเทศภูมิภาค ASEAN ครับ

รถถังหลัก Leopard 2 กองทัพเยอรมนีเกินครึ่งอยู่ในสภาพที่ไม่พร้อมปฏิบัติการ

Over half of Bundeswehr’s Leopard 2 MBTs are not operationally ready
Only 95 of the 244 Leopard 2 MBTs in service with the Bundeswehr are operationally ready, according to German media. (Rheinmetall)
http://www.janes.com/article/75790/over-half-of-bundeswehr-s-leopard-2-mbts-are-not-operationally-ready

สื่อเยอรมนีรายงานเมื่อ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า มีรถถังหลัก Leopard 2 เพียง 95คันจากทั้งหมด 244คันที่ประจำการในกองทัพบกเยอรมนี(Heer) ที่อยู่ในสภาพพร้อมปฏิบัติการ
นอกเหนือจากนั้นรถถัง 53คันที่น่าจะเป็นรถถังหลัก Leopard 2A6M กำลังถูกปรับปรุงเปลี่ยนให้เป็นมาตรฐานรุ่น Leopard 2A6M+ และรถถังอีก 86คันอยู่ในสถานะที่ยังไม่ได้รับการซ่อมเนื่องจากขาดแคลนอะไหล่
สื่อเยอรมันรายงานสภาวะนี้ว่า "ความไม่เพียงพอในความจำเป็นต่อการจัดหาชิ้นส่วนทดแทนจะเป็นอันตรายยิ่ง"

Wolfgang Hellmich ประธานคณะกรรมาธิการกลาโหมของรัฐสภาสหพันธรัฐเยอรมนี(Bundestag) ได้ถูกอ้างคำกล่าวในการอธิบายเปิดเผย "เรื่องเหลือเชื่อ" นี้
พร้อมกับการตั้งคำถามที่ว่า "ใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อความหายนะนี้" เขายังได้ตั้งคำถามต่ออีกว่า
"แล้วกองทัพควรจะฝึกและพร้อมจะวางกำลังได้อย่างไร ในเมื่อหนึ่งในสามของกองกำลัง(รถถัง)ได้ล้มเหลวในการใช้งาน อาทิเช่น การฝึกและวางกำลัง และไม่สามารถที่จะซ่อมได้?"

นี่ไม่ใช่รายงานปัญหาแรกเกี่ยวกับปัญหาความพร้อมรบของกองทัพเยอรมนี(Budeswehr) ที่มีเป็นจำนวนมาก ในเดือนสิงหาคมกองทัพเยอรมนีที่วางกำลังที่มาลีเพื่อรักษาสันติภาพจากกลุ่มติดอาวุธก่อการร้ายนั้น
กองกำลังเยอรมนีได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนอุปกรณ์และขาดชิ้นส่วนอะไหล่ โดยปัญหาที่เกิดจากความร้อนและฝุ่นของสภาพภูมิประเทศมาลีทำให้หน่วยบินเฮลิคอปเตอร์เยอรมนีได้รับความเสียหาย
และนั่นส่งผลต่อสาเหตุการตกของเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger UHT เยอรมนีที่มาลีจนทำให้นักบินเสียชีวิต และเครื่องถูกจำกัดการบินตามที่ได้รายงานไป(http://aagth1.blogspot.com/2017/08/tiger.html)

ในส่วนของกองทัพเรือเยอรมนี(Deutsche Marine) นั้นเรือดำน้ำชั้น Type 212A ซึ่งเป็นเรือดำน้ำชั้นเดียวที่เยอรมนีมีประจำการ ขณะนี้ไม่อยู่สถานะพร้อมประจำการทั้ง 6ลำ
เนื่องจากเรือลำเดียวที่ปฏิบัติการได้คือ U-35 เกิดอุบัติเหตุระหว่างการฝึกตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา และเรือที่เหลือกำลังเข้ารับการซ่อมบำรุงและรอเข้ารับการซ่อมบำรุงที่อู่เรือ
ทั้งนี้เรือดำน้ำชั้น U212A เยอรมีก็ประสบปัญหาขาดแคลนอะไหล่ จากมาตรการประหยัดงบประมาณของรัฐบาลเยอรมนีที่ถูกใช้ในช่วงหลายปีมานี้เช่นกันครับ(http://aagth1.blogspot.com/2017/10/type-212a.html)

วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ญี่ปุ่นวางรากฐานเพื่อการขายอาวุธให้ชาติ ASEAN รวมการเสนอเครื่องบินลำเลียง C-2 แก่ไทย

Defence & Security 2017: Japan lays groundwork for defence sales in Southeast Asia
http://www.janes.com/article/75526/defence-security-2017-japan-lays-groundwork-for-defence-sales-in-southeast-asia




Japanese Ministry of Defense’s Acquisition, Technology, and Logistics Agency(ATLA) has showcased Japanese Defense products
include Model of Kawasaki Heavy Industries C-2 Transport Aircraft and P-1 Maritime Patrol Aircarft and ShinMaywa Industries US-2 Amphibious Aircraft at Defense and Security 2017 exhibition in Bangkok Thailand on 6-9 November.(My Own Photos)

ญี่ปุ่นกำลังวางรากฐานเพื่อการขายผลิตภัณฑ์การป้องกันประเทศและการรักษาความปลอดภัยแก่กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามที่มีการลงนามข้อตกลงระหว่างรัฐบาลด้านยุทโธปกรณ์และ Technology กับสมาชิกชาติ ASAEN หลายประเทศ
ตามที่เจ้าที่ระดับสูงของสำนักงานการจัดซื้อจัดจ้าง, เทคโนโลยี และการส่งกำลังบำรุง(ATLA: Acquisition, Technology and Logistics Agency) กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นกล่าวกับ Jane's
ในงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ Defense and Security 2017 ที่ศูนย์จัดแสดงสินค้า Impact เมืองทองธานี กรุงเทพฯ ประเทศไทย ระหว่างวันที่ ๖-๙ พฤศจิกายนที่ผ่านมา

Hideharu Yoshio รองผู้อำนวยการกองนโยบายยุทโธปกรณ์ของ ATLA กล่าวว่าญี่ปุ่นได้ลงนามข้อตกลงดังกล่าวกับฟิลิปปินส์เรียบร้อยแล้ว
และขณะนี้ ATLA ญี่ปุ่นกำลังอยู่ระหว่างการหารือกับประเทศอื่นๆในภูมิภาค ASEAN ทั้งอินโดนีเซีย, มาเลเซีย และไทย เกี่ยวกับข้อตกลงลักษณะเดียวกัน เป็นที่คาดว่าจะได้การลงนามข้อตกลงกับประเทศต่างๆจะได้รับการลงนามในเร็วๆนี้
โดยหลายประเทศในภูมิภาค ASEAN นั้นกำลังมีโครงการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่ ที่ญี่ปุ่นได้เห็นโอกาสการนำเสนอระบบของตนแก่กองทัพในภูมิภาค ASEAN

เช่นกองทัพอากาศมาเลเซีย(RMAF: Royal Malaysian Air Force, TUDM: Tentera Udara Diraja Malaysia) ที่ระงับโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ใหม่ MRCA(Multirole Combat Aircraft)
และให้ความสำคัญเร่งด่วนกับโครงการจัดหาเครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเลแบบใหม่ ซึ่งมีบริษัทชั้นนำของหลายประเทศให้ความสนใจเข้าแข่งขันในโครงการ(http://aagth1.blogspot.com/2017/07/mrca.html)
เช่นเดียวกับกองทัพเรืออินโดนีเซีย(TNI–AL: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Laut) ที่ให้ความสนใจเครื่องบินสะเทินน้ำสะเทินบก ShinMaywa US-2 ที่ประจำการในกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น(JMSDF: Japan Maritime Self-Defense Force)

สำหรับไทยนั้นญี่ปุ่นได้มองเห็นโอกาสในการเสนอส่งออกยุทโธปกรณ์ของตนที่น่าจะตรงความต้องการของแต่ละเหล่าทัพของไทย แม้ว่าญี่ปุ่นจะยังผู้เล่นรายใหม่ในตลาดอาวุธสำหรับไทยและภูมิภาค ASEAN ก็ตาม
เช่นกองทัพเรือไทย(Royal Thai Navy) ที่ญี่ปุ่นเสนอเครื่องบินสะเทินน้ำสะเทินบก US-2 เพื่อทดแทน บ.ธก.๑ CL-215 และเครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล Kawasaki P-1 เพื่อทดแทน บ.ตผ.๒ก./ข. P-3T/UP-3T ที่ปลดประจำการไปแล้ว ในส่วนของ กองการบินทหารเรือ
และกองทัพอากาศไทย(Royal Thai Air Force) ที่ญี่ปุ่นเสนอเครื่องบินลำเลียง Kawasaki C-2 เพื่อทดแทนเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธี บ.ล.๘ C-130H ฝูงบิน๖๐๑ กองบิน๖ แม้ว่าเครื่องบินลำเลียงแบบอื่นเช่น Lockheed Martin C-130J สหรัฐฯดูจะมีโอกาสความเป็นไปได้มากกว่าก็ตาม

Dubai Airshow 2017: Japan looks to Gulf for C-2 export sales
http://www.janes.com/article/75663/dubai-airshow-2017-japan-looks-to-gulf-for-c-2-export-sales

ทั้งนี้ในงานแสดงการบิน Dubai Airshow 2017 ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เมื่อวันที่ 12-16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา กองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศญี่ปุ่น(JASDF: Japanese Air Self-Defense Force) ได้ส่งเครื่องบินลำเลียง C-2 มาจัดแสดงในงานเป็นครั้งแรก
โดยกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น และบริษัท Kawasaki Heavy Industries กล่าวว่าเครื่องบินลำเลียง C-2 ได้รับความสนใจจากหลายประเทศในกลุ่มชาติสมาชิกสภาความร่วมมือประเทศกลุ่มอ่าว(GCC: Gulf Cooperation Council)
"เรายังไม่ตัดสินใจตอนนี้ว่าประเทศใดที่เราสามารถส่งออกและไม่ส่งออก เแต่ตอนนี้เราได้รับการร้องขอจากประเทศที่เราสามารถตัดสินใจได้ว่าจะส่งออกหรือไม่บนพื้นฐานของค่าความปลอดภัยของเรา" นาวาอากาศเอก Tokukazu Omine ผู้จัดการโครงการ C-2 กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นกล่าว

กองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศญี่ปุ่นได้จัดหาเครื่องบินลำเลียง C-2 เข้าประจำการทดแทนเครื่องบินเลียง C-1 ที่ญี่ปุ่นพัฒนาเองซึ่งประจำการมามากกว่า 40ปี แทนการตัดสินใจจัดหาเครื่องบินลำเลียงจากต่างประเทศ
"เราได้ศึกษาหลายทางเลือกเพื่อทดแทน C-1 (และ)พบว่า C-130 เล็กเกินไปสำหรับภารกิจนานาชาติของเรา และ Boeing C-17 มีขนาดใหญ่เกินไปซึ่งทำให้มีข้อจำกัดการบินขึ้นลงกับสนามบินได้ไม่กี่แห่ง เราจึงตัดสินใจที่จะสร้าง C-2 ของเราเอง" นายนาวาอากาศเอกกล่าว
C-2 มีสมรรถนะยอดเยี่ยมตามความต้องการในการบรรทุก ระยะทางวิ่งขึ้น-ลง และความเร็วเดินทางสูงสุด โดยตัวเครื่องมีขนาดใหญ่กว่า C-130H ราวสองเท่า แต่มีน้ำหนักบินขึ้นน้อยกว่า C-17 ครึ่งหนึ่ง C-2 สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ 110นายโดยใช้ที่นั่งภายในข้างตัวเครื่อง และสามารถขนส่งสัมภาระขนาดใหญ่และเฮลิคอปเตอร์ขนาดกลางได้ครับ

วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

Rafael อิสราเอลเสนอผลิตภัณฑ์ของตนแก่กองทัพอากาศไทย

Defence & Security 2017: Rafael positions for Thai growth
http://www.janes.com/article/75559/defence-security-2017-rafael-positions-for-thai-growth



Israeli company Rafael Advanced Defense Systems has showcasde a range of products include SAMSON MINI MLS remote weapon station, SPIKE anti-tank guided missile family, SPICE stand-off autonomous air-to-ground weapon systems family,
PYTHON-5 imaging infrared and I-DERBY ER active radar Air-to-Air missile, LITENING airborne targeting pod and SKY SHIELD airborne electronic warfare pod at Defense and Security 2017 exhibition in Bangkok Thailand on 6-9 November.(My Own Photos)

บริษัท Rafael Advanced Defense Systems อิสราเอลได้นำเสนอผลิตภัณฑ์อาวุธยุทโธปกรณ์ประเภทต่างๆของตนแก่กองทัพอากาศไทย(Royal Thai Air Force)
ในงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ Defense and Security 2017 ที่ศูนย์จัดแสดงสินค้า Impact เมืองทองธานี กรุงเทพฯ ประเทศไทย ระหว่างวันที่ ๖-๙ พฤศจิกายนที่ผ่านมา

นอกจากระบบอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถังตระกูล SPIKE โดยเฉพาะ SPIKE MR/LR ระยะยิง 4km ที่เสนอให้กองทัพบกไทย(Royal Thai Army) เพื่อทดแทนอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง M47 Dragon สหรัฐฯที่หมดอายุการใช้งานแล้ว
และป้อมปืน Remote แบบ SAMSON MINI MLS ติดตั้งปืนกลหนักขนาด 12.7mm และอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง SPIKE ๒นัด สำหรับรถหุ้มเกราะล้อยาง เช่น Chaiseri First Win 4x4 แล้ว

บริษัท Rafael อิสราเอลได้เน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์อาวุธและอุปกรณ์สำหรับอากาศยานนำเสนอแก่กองทัพอากาศไทยหลายแบบ เช่น อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศตระกูล Python
ซึ่งกองทัพอากาศไทยได้เคยจัดหาอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้ Python-3 และ Python-4 มาใช้เป็นอาวุธของเครื่องบินขับไล่ บ.ข.๑๘ ข/ค Northrop F-5E Tiger II อยู่ก่อนแล้ว

โดยโครงการปรับปรุงเครื่องบินขับไล่ F-5E/F Super Tigris ฝูงบิน๒๑๑ กองบิน๒๑ กองทัพอากาศไทยล่าสุด ซึ่งมีบริษัท Elbit Systems อิสราเอลเป็นผู้รับสัญญาหลักนั้น บริษัท Rafael อิสราเอล ได้เสนอระบบอาวุธรุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับติดตั้งกับ F-5 ของไทย
เช่น อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้ Python-5 อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยกลาง I-Derby ER และกระเปาะสงคราม Electronic แบบ SKY SHIELD(http://aagth1.blogspot.com/2017/08/f-5-super-tigris.html)

Rafael อิสราเอลยังได้เสนออาวุธและอุปกรณ์อื่นๆสำหรับการปรับปรุงเครื่องบินขับไล่ บ.ข.๑๙/ก Lockheed Martin F-16A/B Fighting Falcon และเครื่องบินขับไล่ บ.ข.๒๐/ก SAAB Gripen C/D ของกองทัพอากาศไทย
ที่เครื่องบินขับไล่ Gripen C/D ฝูงบิน๗๐๑ กองบิน๗ กองทัพอากาศไทยนั้น ได้มีการจัดหากระเปาะชี้เป้าหมาย LITENING GIII ของ Rafael อิสราเอลมาติดตั้งเพื่อการใช้อาวุธนำวิถีความแม่นยำสูงแล้ว

โดยระบบที่ Rafael อิสราเอลนำเสนอนั้นมีชุดระเบิดนำวิถี Electro Optic/GPS ความแม่นยำสูงตระกูล SPICE ทั้ง SPICE 250 ขนาด 250lbs, SPICE 1000 ขนาด 1000lbs และ SPICE 2000 ขนาด 2000lbs
ที่สามารถนำมาใช้งานติดตั้งกับเครื่องบินขับไล่ของกองทัพอากาศไทยทั้ง F-16 กับ Gripen และอาจจะรวมถึง F-5E/F Super Tigris และ KAI T-50TH ได้ด้วยครับ

IWI อิสราเอลเปิดตัวปืนพก MASADA ปืนเล็กยาวจู่โจม TAVOR 7 และอาวุธปืนใหม่เสนอแก่ไทย


Israel Weapon Industries(IWI) has unveiled new TAVOR 7 Assault Rifle 7.62x51mm with MEPRO NYX-200 Uncooled Thermal Weapon Sight and new MASADA Striker Fired Pistol 9x19mm for first time at Defense and Security 2017 exhibition in Bangkok Thailand on 6-9 November.(My Own Photos)



TAVOR TAR Assault Rifle 5.56x45mm with IWI UBGL 40x46mm and MEPRO 21 and MEPRO GLS self illuminated reflex sight for 40mm Grenade Launcher and New TAVOR 7.(My Own Photo)

IWI TAVOR TAR Assault Rifle 5.56x45mm with MEPRO 21 self illuminated reflex sight for Royal Thai Army and TAVOR CTAR Carbine with MEPRO X4 scope.(My Own Photo)

IWI ACE-N 22 Assault Rifle 5.56x45mm with UBGL 40x46mm and MEPRO 21 reflex sight and ACE-N 23 Assault Rifle 5.56x45mm with MEPRO M5 red dot weapon sight for Royal Thai Army.(My Own Photo)

IWI X95-S Flattop Submachinegun 9x19mm with MEPRO MOR reflex sight with two laser pointers, X95 Flattop 419 Assault Rifle 5.56x45mm with MEPRO M5 and MEPRO MX3 and X95 Flattop 330 Assault Rifle 5.56x45mm.(My Own Photo)

IWI DAN.338 Sniper Rifle(My Own Photo)

IWI NEGEV Light Machinegun 5.56x45mm.(My Own Photo)

IWI GALIL SNIPER S.A. 7.62x51mm and MEPRO sights.(My Own Photo)

บริษัท Israel Weapon Industries(IWI) อิสราเอลผู้ผลิตอาวุธปืนประจำกายชั้นนำของโลกได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของตนที่ไทยเป็นครั้งแรกคือ ปืนพก MASADA ขนาด 9x19mm และปืนเล็กยาวจู่โจม TAVOR 7 ขนาด 7.62x51mm
รวมถึงอาวุธปืนต่างๆที่หลายแบบได้เข้าประจำการในกองทัพไทย(Royal Thai Armed Forces)แล้ว ในงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ Defense and Security 2017 ที่ศูนย์จัดแสดงสินค้า Impact เมืองทองธานี กรุงเทพฯ ประเทศไทย ระหว่างวันที่ ๖-๙ พฤศจิกายนที่ผ่านมา

ปืนเล็กยาวจู่โจม TAVOR 7 เป็นปืนเล็กยาว Bullpub ตระกูล Tavor รุ่นใหม่ล่าสุดที่ได้เปิดตัวในงาน Defense and Security Thailand 2017 เป็นงานแรก ตามที่ได้รายงานไป(http://aagth1.blogspot.com/2017/11/iwi-tavor-7-ar.html)
นอกจากข้อมูลคุณสมบัติและสมรรถนะแล้ว ตัวแทนของบริษัทได้กล่าว่า Tavor 7 มีความเข้ากันได้ในการใช้งานซองกระสุนมาตรฐาน NATO STANAG สำหรับกระสุนขนาด 7.62x51mm ทุกแบบ

MASADA เป็นปืนพกแบบใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวในไทยเป็นครั้งแรก โดยเป็นปืนพกขนาด 9x19mm Parabellum ความยาวลำกล้อง 104mm ทำจากเหล็กขึ้นรูปแบบ Cold Hammer Forged อัตราบิดเกลียว 1:10 เวียนขวา แบบ Polygonal
ความยาวปืนรวม 189mm โครงปืนทำจากวัสดุผสม Impact Resistant Fiberglass Reinforced Polymers คุณภาพสูงที่แข็งแรงทนทานต่อแรงกระแทก และมีน้ำหนักเฉพาะตัวปืนเพียง 650g

ปืนพก MASADA ใช้ระบบลั่นไกแบบอัดแหนบ Striker-Fired มีความโดดเด่นต่ำ(Low Profile) มีแรงสะท้อนถอยหลังต่ำ ควบคุมปืนได้ทั้งมือซ้ายและมือขวา ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ ด้ามปืนปรับได้สามขนาดตามความต้องการผู้ใช้งาน
ออกแบบเป็นระบบ Modular ถอดประกอบทำความสะอาดซ่อมบำรุงง่าย มีศูนย์เล็งแบบศูนย์รบ เลือกใช้ศูนย์เล็งกลางคืนสารเรืองแสง Tritium ได้ มีรางติดอุปกรณ์มาตรฐาน MIL-STD 1913 มีความจุกระสุน 17+1นัด

ตัวแทนของบริษัท IWI อิสราเอลเปิดเผยว่าปืนพก MASADA 9mm และปืนเล็กยาวจู่โจม TAVOR 7 มีความพร้อมที่จะผลิตส่งมอบให้ลูกค้าได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2018
เฉพาะในตลาดอเมริกาเหนือนั้นทางบริษัทกล่าวว่าปืนพก MASADA มียอดสั่งจองแล้วมากกว่า ๕๐,๐๐๐กระบอก ซึ่ง IWI ต้องการจะเปิดตลาดปืนพกรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ในไทยทั้งผู้ใช้ที่เป็นทหาร-ตำรวจ และพลเรือนด้วย

IWI อิสราเอลยังได้นำอาวุธปืนแบบต่างๆซึ่งหลายแบบได้ถูกนำเข้าประจำการในกองทัพไทยแล้ว เช่น ปืนเล็กยาว TAVOR TAR และปืนเล็กกล NEGEV ที่กองทัพบกไทย(Royal Thai Army) จัดหามาตั้งปี พ.ศ.๒๕๕๐(2007)
ปืนเล็กยาวตระกูล X95 ที่มีใช้งานในกองทัพบกไทย และนาวิกโยธิน กองทัพเรือไทย(Royal Thai Marine Corps, Royal Thai Navy) รวมถึงอากาศโยธิน กองทัพอากาศไทย(Security Forces, Royal Thai Air Force) เป็นต้น

ปืนซุ่มยิง DAN.338 ขนาด 8.58x70mm Lapua Magnum ปืนซุ่มยิง Galil S.A. 7.62x51mm รวมถึงล่าสุดปืนเล็กยาวจู่โจม ACE-N 23 และปืนเล็กสั้น ACE-N 22 ซึ่งบริษัทเปิดเผยได้รับการสั่งจัดหาโดยกองทัพบกไทยแล้วจำนวนหนึ่ง
ทั้งนี้ยังได้มีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์กล้องเล็งแบบต่างๆของ MEPROLIGHT ซึ่งใช้งานร่วมกับอาวุธปืนของ IWI อีกหลายแบบด้วยครับ

วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

เครื่องบินทิ้งระเบิด Tu-160M2 รุ่นใหม่รัสเซียจะทำการบินครั้งแรกกุมภาพันธ์ 2018

Russia’s upgraded Tu-160 strategic bomber to make debut flight in February 2018
Tu-160 is a legendary Soviet strategic missile carrier armed with cruise missiles that can carry nuclear warheads
http://tass.com/defense/976083





เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ Tupolev Tu-160M2 รุ่นปรับปรุงใหม่ของรัสเซียจะทำการบินทดสอบครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2018 ตามที่รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย Dmitry Rogozin รายงานต่อประธานาธิบดีรัสเซีย Vladimir Putin ในการประชุมงานเมื่อ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
"เราวางแผนว่าสายการผลิตเครื่องจะพร้อมสร้างในปี 2019 การส่งมอบเครื่องในสายการผลิตจะเริ่มในปี 2023 ขณะที่เราวางแผนจะดำเนินการทดสอบการบินครั้งแรกของ Tu-160M2 ซึ่งเปิดตัวจากโรงงานในวันนี้ในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า"  รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย

"ทุกอย่างเป็นไปด้วยดีอย่างสมบูรณ์แบบ ผมขอแสดงความยินดีกับผู้สร้างอากาศยาน และผมคิดว่าเราจะมอบข่าวดีให้กับกระทรวงกลาโหมรัสเซีย
(ซึ่งกระทรวงกลาโหมรัสเซียมีการยืนยันว่าต้องการจะกลับมาเปิดสายการผลิตเครื่องบินทิ้งระเบิด Tu-160 รุ่นปรับปรุงใหม่ ที่ได้พิสูจน์ว่ามันมีคุณค่าในฐานะเครื่องบินทิ้งระเบิดความเร็วเหนือเสียง)" ประธานาธิบดีรัสเซียกล่าว

รองนายกรัฐมนตรีรัสเซียกล่าวว่า ประธานาธิบดี Putin เป็นผู้ตัดสินใจในการเสริมความแข็งแกร่งต่อระบบส่งอาวุธนิวเคลียร์สามเหล่าทัพ ซึ่งรวมถึงในส่วนกำลังทางอากาศ ด้วยการเปิดสายการผลิตเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ Tu-160 ใหม่โดยใช้พื้นฐานเทคนิคและวิทยาการใหม่
"ผมได้รายงานต่อคุณวันนี้ว่า เมื่อโรงงานอากาศยาน Kazan Aircraft Enterprise ฉลองครบรอบ 90ปี Tu-160M2 ได้ถูกเปิดตัวจากโรงานของ Kazan" นาย Rogozin กล่าว

แหล่งข้อมูลในภาคอุตสาหกรรมความมั่นคงรัสเซียกล่าวกับ TASS เมื่อ 9 พฤศจิกายนว่า เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ Tu-160M2 เครื่องต้นแบบที่ต้นกำเนิดเดิมมาจากเครื่องยุคอดีสหภาพโซเวียต จะทำการบินครั้งแรกจากสนามบินของโรงงานอากาศยาน Kazan ในเดือนกุมภาพันธ์ 2018
"เครื่องจากโรงงานหมายเลข 804 ที่มีพื้นฐานจากนวัตกรรมอากาศยานโซเวียตจะเปิดตัวจากโรงงานประกอบขั้นสุดท้ายของ Kazan เพื่อส่งมอบให้สถานีทดสอบในเดือนพฤศจิกายนนี้ และคาดว่าเครื่องจะทำการบินครั้งแรกจากสนาบินโรงงานในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า" แหล่งข่าวกล่าว

"นี่จะเป็นเครื่องบินรบเครื่องแรกที่มีขีดความสามารถในการปฏิบัติการได้อย่างเดียวกันกับเครื่องบินทิ้งระเบิด Tu-160 ทั้ง 16เครื่องที่ประจำการในปัจจุบัน โรงงานอากาศยานหมายเลข 804 จะดำเนินการปรับปรุงให้เป็นรุ่น Tu-160M อย่างต่อเนื่อง" แหล่งข่าวกล่าว
มีรายงานในปี 2015 ว่ารัสเซียได้ตัดสินใจกลับมาเปิดสายการผลิตเครื่องบินทิ้งระเบิด Tu-160 ใหม่โดยจะปรับปรุงให้เป็นรุ่น Tu-160M2 และปรับเลื่อนกำหนดการพัฒนาเครื่องบินทิ้งระเบิดยุคอนาคต PAK DA(Perspective Airborne Complex of Long-Range Aviation) ออกไป

กระทรวงกลาโหมรัสเซียรายงานว่าสายการผลิตของ Tu-160M2 จะเริ่มต้นได้ในปี 2023 กองทัพอากาศรัสเซีย(Russian Aerospace Force) มีความต้องการจะจัดหาไม่น้อยกว่า 50เครื่อง
พลอากาศโทพิเศษ Viktor Bondarev อดีตผู้บัญชาการกองทัพอากาศรัสเซียเคยกล่าวก่อหน้านี้ว่า Tu-160M2 เครื่องต้นแบบน่าจะพร้อมทำการบินครั้งแรกในปลายปี 2018

Tu-160 เป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ของโซเวียตสามารถติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนที่ติดหัวรบนิวเคลียร์ได้ Tu-160 กับเครื่องบินทิ้งระเบิด Tu-95MS เป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังยุทธศาสตร์นิวเคลียร์รวมกับฐานยิงขีปนาวุธภาคพื้นดินและเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธ
ตามข้อมูลจากสื่อสาธารณะ กองทัพอากาศรัสเซียมี Tu-160 16เครื่องซึ่งสร้างมาตั้งแต่สมัยโซเวียต ราวครึ่งหนึ่งกำลังได้รับการซ่อมและปรับปรุงใหม่ รองรัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย Yuri Borisov กล่าวก่อนหน้านี้ว่า Tu-160 ที่มีประจำการทุกเครื่องจะได้รับการปรุงปรุงใหม่เต็มอัตราครับ

วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

NORINCO จีนแสดงยานเกราะล้อยาง VN1 ติดป้อมปืนแบบใหม่กองทัพบกไทย



China North Industries Corporation or NORINCO has showcased Model of VN1 8x8 Armoured Personnel Carrier with new Unmaned Remote Weapon Station Turret and VT4 Main Battle Tank for Royal Thai Army at Defense and Security 2017 exhibition in Bangkok Thailand on 6-9 November.(My Own Photos)

NORINCO has showcased Model of VT5 Lightweight Main Battle Tank at Defense and Security Thailand 2017.(My Own Photo)


NORINCO has showcased Model of VN18 Tracked Amphibious Infantry Fighting Vehicle and VN16 Tracked Amphibious Assault Vehicle to offer Royal Thai Marine Corps, Royal Thai Navy at Defense and Security Thailand 2017.(My Own Photos)

China North Industries Corporation หรือ NORINCO รัฐวิสาหกิจอุตสาหกรรมความมั่นคงของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้จัดแสดงภาพ ข้อมูล และแบบจำลองของยานเกราะล้อยางลำเลียงพล VN1 8x8 ที่ติดตั้งป้อมปืนไร้พลประจำป้อม Remote Weapon Station แบบใหม่
พร้อมรถถังหลัก VT4 รถถังเบา VT5 รถรบทหารราบสะเทินน้ำสะเทินบกสายพาน VN18 รถถังเบาสะเทินน้ำสะเทินบก VN16 และปืนใหญ่อัตตาจรอีกหลายแบบ ในงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ Defense and Security 2017 ที่ศูนย์จัดแสดงสินค้า Impact เมืองทองธานี กรุงเทพฯ ประเทศไทย เมื่อวันที่ ๖-๙ พฤศจิกายนที่ผ่านมา

ตามโครงการจัดหายานเกราะล้อยางใหม่ของกองทัพบกไทย(Royal Thai Army) ที่ได้เลือกจัดหาเลือกยานเกราะล้อยาง NORINCO VN1 ระยะที่๑ จำนวน ๓๔คันวงเงินประมาณ ๒,๓๐๐ล้านบาท($68 million) ติดป้อมปืนใหญ่กล 30mm และปืนกลร่วมแกน 7.62mm พร้อมการจัดหากระสุน
ซึ่งคาดว่าหน่วยที่จะได้รับมอบยานเกราะล้อยาง VN1 น่าจะเป็นกองพันทหารม้าลาดตระเวนหน่วยขึ้นตรงของ กรมทหารม้า๒ กองพลทหารม้าที่๑ เพื่อทดแทน V-150 คือ กองพันทหารม้าที่๑๐ และ กองพันทหารม้าที่๗ ส่วนกองพันทหารม้าที่๑๒ นั้นคาดว่าจะมีการจัดหาในระยะต่อไป

VN1 เป็นรุ่นส่งออกของยานเกราะล้อยางลำเลียงพล ZBL-09 8x8 APC(Armoured Personnel Carrier)ที่ประจำการในกองทัพบกปลดปล่อยประชาชนจีน(People's Liberation Army Ground Force)
ตามเอกสารประชาสัมพันธ์ของ NORINCO จีน VN1 มีน้ำหนักรถ 23tons ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล Deutz BF6M1015CP เยอรมนี(ผลิตในจีน) กำลัง 440HP ทำความเร็วบนถนนได้สูงสุด 100km/m ทำความเร็วขณะลอยตัวในน้ำได้สูงสุด 8km/h พิสัยทำการไกลสุด 800km

VN1 มีพลประจำรถ ๒+๑๑นาย ซึ่งยานเกราะล้อยางลำเลียงพล VN1C รุ่นติดป้อมปืน Remote ไร้พลประจำป้อมแบบใหม่นี่ได้มีการทดสอบและเปิดตัวแล้วในงาน NORINCO Armor Day 2017 ที่ Baotou มองโกเลียใน เมื่อ ๑๖ สิงหาคมที่ผ่านมา
ป้อมปืนของ VN1 ติดปืนใหญ่กล 30mm กระสุน ๔๐๐นัด ปืนกลร่วมแกน 7.62mm กระสุน ๑,๒๐๐นัด เครื่องยิงลูกระเบิดอัตโนมัติ 35mm หรือ 40mm กระสุน ๔๐นัด และอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง Red Arrow 73D(HJ-73D) บนรางพร้อมยิง ๑นัด(อัตราบรรทุกบนรถรวม ๓นัด) พร้อมเครื่องยิงลูกระเบิดควัน 76mm ๘ท่อยิง

นอกจากรุ่นลำเลียงพลแล้ว VN1 ยังสามารถถูกนำไปใช้เป็นรถแคร่ฐานในรูปแบบต่างๆ เช่น รถบังคับการ รถพยาบาล รถกู้ซ่อม รถติดเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 81mm และ 120mm รถติดป้อมปืนใหญ่รถถัง 105mm และรถติดอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง
NORINCO ได้ผลิตยานเกราะล้อยางเข้าประจำการในกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนมากกว่า ๒,๐๐๐คัน และผลิตส่งออกให้ประเทศต่างๆทั่วโลกมากกว่า ๕๐๐คันในปี 2016 โดยมีแผนการผลิตให้ได้ถึงปีละ ๖๐๐คัน ให้กองทัพจีนเป็นส่วนใหญ่

NORINCO ได้ส่งออกยานเกราะล้อยาง VN1 ให้นาวิกโยธินกองทัพเรือเวเนซุเอลา(Bolivarian Marine Infantry, Bolivarian Navy of Venezuela) ราว ๖๐คัน และกองทัพบกอาเจนตินา(Argentine Army) ๑๑๐คัน
และล่าสุดกองทัพบกไทย ๓๔คันคาดว่าจะส่งมอบรถชุดแรกได้ในราวปี พ.ศ.๒๕๖๒-๒๕๖๓(2019-2020) ซึ่งสามารถจัดส่งรถได้อย่างรวดเร็วถึง ๑๐๐คันใน ๑ปี และมีชิ้นอะไหล่สนับสนุนต่อเนื่อง ๒๐ปี

ทั้งนี้รัฐบาลจีนและ NORINCO ยังมีความยินดีที่จะถ่ายทอด Technology ยานเกราะล้อยาง VN1 เพื่อเปิดสายการผลิตการประกอบรถภายในไทย เช่นเดียวกับการจัดตั้งศูนย์อะไหล่และศูนย์การซ่อมบำรุงของรถถังหลัก VT4 เพื่อสนับสนุนการส่งกำลังบำรุงของกองทัพบกไทย
ที่ล่าสุดกองทัพบกไทยได้รับมอบรถถังหลัก VT4 ระยะที่๑ ชุดแรก ๒๘คันที่สั่งจัดหาในปี พ.ศ.๒๕๕๙(2016) เพื่อเข้าประจำการที่ กองพันทหารม้าที่๖ กรมทหารม้าที่๖ กองพลทหารม้าที่๓ แล้ว โดยมีความรวดเร็วในการผลิตและส่งมอบก่อนกำหนดถึง ๖เดือน

NORINCO จีนยังได้จัดแสดงผลิตภัณฑ์ของตนอีกหลายแบบ เช่น รถถังเบา VT5, รถรบทหารราบสะเทินน้ำสะเทินบกสายพาน VN18 IFV(Infantry Fighting Vehicle) และรถถังเบาสะเทินน้ำสะเทินบก VN16
ที่เป็นรุ่นส่งออกของ ZBD-05 และ ZTD-05 ที่ประจำการในหน่วยนาวิกโยธินจีน(People's Liberation Army Marine Corps)ตามลำดับ ซึ่งรถทั้งสองแบบ NORINCO ได้มีการเสนอให้ นาวิกโยธิน กองทัพเรือไทย(Royal Thai Marine Corps, Royal Thai Navy) ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

CSOC จีนเปิดตัวแบบเรือดำน้ำใหม่สำหรับส่งออกพร้อม S26T กองทัพเรือไทย

China Shipbuilding and Offshore International Company(CSOC) and China Shipbuilding Industry Corporation(CSIC) has showcased Model of S26T Conventional Submarine for Royal Thai Navy
and unveiled New Three Submarine design Models at Defense and Security 2017 exhibition in Bangkok Thailand on 6-9 November.(My Own Photo)




CSOC has showcased Model of S26T Conventional Submarine for Royal Thai Navy and New S1100 1100tons Conventional Submarine at Defense and Security Thailand 2017.((My Own Photos)


CSOC has showcased Model of New 600tons Conventional Submarine and MS200 200tons Conventional Submarine at Defense and Security Thailand 2017.(My Own Photos)



Specification of S26T, S1100, S600 and MS200 Conventional Submarines.(My Own Photos)



CSOC has also showcased Products include Model of 4000tons Frigate, CV-16 Liaoning Aircraft Carrier, 3000tons Frigate and 68m Patrol Vessel or Littoral Mission Ships(LMS) for Royal Malaysian Navy.(My Own Photos)

CSOC(China Shipbuilding and Offshore International Company) รัฐวิสาหกิจด้านการส่งออกเรือซึ่งมีบริษัท CSIC(China Shipbuilding Industry Corporation) รัฐวิสาหกิจอู่ต่อเรือรายใหญ่ในความควบคุมของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนในเครือ
ได้เปิดตัวแบบจำลองเรือดำน้ำสามแบบใหม่สำหรับส่งออกร่วมกับผลิตภัณฑ์เรือรบอื่นๆเป็นครั้งแรก ในงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ Defense and Security 2017 ที่ศูนย์จัดแสดงสินค้า Impact เมืองทองธานี กรุงเทพฯ ประเทศไทย ระหว่างวันที่ ๖-๙ พฤศจิกายนที่ผ่านมา

แบบจำลองเรือดำน้ำที่ออกแบบใหม่ล่าสุดนี้ได้ตั้งแสดงร่วมกับเรือดำน้ำแบบ S26T ที่กองทัพเรือไทย(Royal Thai Navy)ได้ลงนามสัญญาจัดหาระยะที่๑ จำนวน ๑ลำ วงเงิน ๑๓,๕๐๐ล้านบาท เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๐(2017)(http://aagth1.blogspot.com/2017/05/s26t.html)
ล่าสุด คณะกรรมการตรวจการจ้าง ผู้ควบคุมงาน และเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานสำหรับโครงการจัดหาเรือดำน้ำของกองทัพเรือไทย ได้เดินทางไปปฏิบัติราชการที่จีนเพื่อเตรียมการควบคุมการออกแบบสร้าง ฝึกอบรมกำลังพล และรับมอบเรือเป็นระยะเวลาอีก ๖ปีข้างหน้าแล้ว

แบบเรือดำน้ำใหม่ของ CSOC จีนสามแบบนี่มีรูปแบบคล้ายคลึงโดยย่อส่วนจากเรือดำน้ำโจมตีตามแบบดีเซล-ไฟฟ้าชั้น Type 039B รุ่นปรับปรุงล่าสุดที่มีหอเรือทรงโค้งมนรูปแบบเดียวกับเรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์ชั้น Virginia กองทัพเรือสหรัฐฯ
แต่ขณะที่ S26T ของกองทัพเรือไทยเป็นเรือดำน้ำแบบตัวเรือสองชั้น(Double-Hull) ที่มีพื้นฐานจากเรือชั้น Type 039B ที่ประจำการในกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน(People's Liberation Army Navy) เรือดำน้ำสามแบบใหม่เป็นเรือดำน้ำแบบตัวเรือชั้นเดียว(Single-Hull) เหมือนเรือดำน้ำชาติตะวันตก

เรือดำน้ำใหม่แบบแรกที่แสดงคู่กับ S26T ของไทยคือเรือดำน้ำแบบ S1100 ติดตั้งท่อยิง Torpedo 4ท่อยิง มีความยาวประมาณ 60m กว้าง 5.6m สูง 6.8m ระระวางขับน้ำปกติประมาณ 1,100tons ทำความเร็วได้สูงสุดประมาณ 15knots
ติดตั้งระบบขับเคลื่อน AIP(Air Independent Propulsion) มีพิสัยทำการเมื่อดำใต้น้ำต่อเนื่อง 800nmi พิสัยทำการไกลสุด 3,000nmi เมื่อเดินทางใต้น้ำและบนผิวน้ำรวมกัน ดำได้ลึกสุด 200m ระยะเวลาปฏิบัติการนาน 30วัน กำลังประจำเรือ 18นาย อายุการใช้งานตัวเรือ 25ปี

เรือดำน้ำใหม่แบบที่สองคือเรือดำน้ำแบบ S600 ติดตั้งท่อยิง Torpedo 4ท่อยิง มีความยาวประมาณ 50m กว้าง 4.6m สูง 5.6m ระระวางขับน้ำปกติประมาณ 600tons ทำความเร็วได้สูงสุดขณะดำใต้น้ำประมาณ 15knots ความเร็วได้สูงสุดที่ผิวน้ำประมาณ 9knots
พิสัยทำการไกลสุด 2,000nmi เมื่อเดินทางใต้น้ำและบนผิวน้ำรวมกัน พิสัยทำการเมื่อใช้ AIP ดำใต้น้ำต่อเนื่อง 400nmi ดำได้ลึกสุด 200m กำลังประจำเรือ 15นาย ระยะเวลาปฏิบัติการนาน 20วัน

และเรือดำน้ำใหม่แบบที่สามคือเรือดำน้ำขนาดเล็ก(Midget Submarine) สำหรับปฏิบัติการพิเศษแบบ MS200 ติดตั้งท่อยิง Torpedo 2ท่อยิง มีความยาวประมาณ 30m กว้าง 3.6m สูง 4.4m ระระวางขับน้ำปกติประมาณ 200tons ทำความเร็วได้สูงสุดประมาณ 8knots
พิสัยทำการขณะดำใต้น้ำสูงสุด 120nmi พิสัยทำการไกลสุด 1,500nmi เมื่อเดินทางใต้น้ำและบนผิวน้ำรวมกัน ดำได้ลึกสุด 200m ระยะเวลาปฏิบัติการนาน 15วัน อายุการใช้งานตัวเรือ 25ปี กำลังประจำเรือ 6นาย และรองรับหน่วยรบพิเศษไปกับเรือได้ 8นาย

ตัวแทนของ CSOC จีนเปิดเผยข้อมูลเล็กน้อยว่านอกจากที่ประสบความสำเร็จในการส่งออกเรือดำน้ำแบบ S20P ให้กองทัพเรือปากีสถาน ๘ลำซึ่งจะต่อที่อู่เรือ Karachi ในปากีสถาน ๔ลำ และส่งออกเรือดำน้ำแบบ S26T ๑ลำให้กองทัพเรือไทยแล้ว
เรือดำน้ำของจีนยังได้รับความสนใจจากหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งมีรายชื่อปรากฎภายหลัง เช่น ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อียิปต์ แอลจีเรีย ลิเบีย เวเนซูเอลา และกองทัพเรือพม่า(Myanmar Navy)

สำหรับทางเลือกของประเทศที่มีงบประมาณจำกัดมากแต่ต้องการจะมีเรือดำน้ำประจำการ CSOC ก็พร้อมเสนอเรือดำน้ำชั้น Type 035(NATO กำหนดรหัส Ming) ที่ปลดประจำการจากกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีนแล้วมาปรับปรุงใหม่ขายต่อ
โดยจีนได้ส่งมอบเรือดำน้ำ Type 035G มือสอง ๒ลำให้กองทัพเรือบังคลาเทศเข้าประจำการแล้ว(http://aagth1.blogspot.com/2017/03/type-035-2.html) และมีรายงานล่าสุดว่ากองทัพเรือพม่าอาจจะสั่งจัดหาเรือดำน้ำ Type 035 มือสองจากจีน ๒ลำเข้าประจำการในเร็วๆนี้ด้วย

ซึ่งในกรณีของกองทัพเรือไทย จีนได้ให้การสนับสนุนการจัดการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก ระบบการซ่อมบำรุงเรือ และฝึกอมรบกำลังพลพร้อมการถ่ายทอด Technology เรือดำน้ำให้ไทยด้วย(ผู้เขียนได้ข้อมูลส่วนใหญ่จากสื่อประสมและวิดีทัศน์ประชาสัมพันธ์ที่ตัวแทนบริษัทจีนเชิญให้ชมด้วยตนเอง
ว่ากันตรงๆ บริษัทของประเทศเอเชียบางประเทศที่มาออกงานไม่ค่อยจะให้ความสำคัญกับสื่อ Online นัก ต่างจากบริษัทตะวันตกที่ให้ความสำคัญและให้ข้อมูลอย่างดี อะไรที่ตอบไม่ได้ก็จะปฏิเสธอย่างทางการแบบสุภาพ บางบริษัทมีภาพข้อมูลประชาสัมพันธ์กับของที่ระลึกแจกให้เยอะแยะ)

ทั้งนี้นอกจากการเปิดตัวแบบเรือดำน้ำใหม่สามรุ่นแล้ว CSOC ยังได้จัดแสดงผลิตภัณฑ์เรือรบของตนอีกหลายแบบ เช่น เรือบรรทุกเครื่องบิน CV-16 Liaoning แบบเรือฟริเกตขนาด 4000tons และแบบเรือฟริเกตขนาด 3000tons สำหรับส่งออกที่เสนอให้หลายประเทศ
รวมถึงแบบเรือตรวจการณ์ขนาด 68m คือเรือตรวจการณ์ Littoral Mission Ship(LMS) ที่กองทัพเรือมาเลเซียลงนามสัญญาจากจีน ๔ลำ โดย ๒ลำแรกจะต่อที่จีน และอีก ๒ลำหลังจะต่อในมาเลเซียครับ(http://aagth1.blogspot.com/2017/03/littoral-mission-ship.html)