วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560

เครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon สำหรับคูเวตเข้าสู่สายการผลิตแล้ว

Production started for the Eurofighter Typhoon for the State of Kuwait
With the innovative Captor-E E-Scan radar and several new additions to the weapon system, the aircraft will put the Kuwait Air Force at the front-line of the fighter technology when the aircraft enters into service.
https://www.eurofighter.com/news-and-events/2017/12/production-started-for-the-eurofighter-typhoon-for-the-state-of-kuwait

ตามการลงนามสัญญาจัดหาของรัฐคูเวต กับบริษัท Leonardo อิตาลีและกลุ่มบริษัทหุ้นส่วนของ Eurofighter อื่นๆในปี 2016 สายการผลิตของเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon จำนวน 28เครื่องสำหรับกองทัพอากาศคูเวต(Kuwait Air Force)ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ที่จะเป็นเครื่องบินขับไล่ Typhoon รุ่นที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดที่เคยสร้างมา ด้วยชุดขีดความสามารถที่จะสร้างขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพจากโครงการขยายขีดความสามารถที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ด้วยนวัตกรรม Radar AESA(Active Electronically Scanned Array Radar) แบบ Captor-E และระบบอาวุธเพิ่มเติมอีกหลายรายการ เครื่องขับไล่ Typhoon จะผลักดันให้กองทัพอากาศคูเวตอยู่ในแถวหน้าของวิทยาการเครื่องบินขับไล่ เมื่อเครื่องได้เข้าประจำการ
งานการผลิตได้เริ่มต้นขึ้นในคำสั่งเพื่อสอดคล้องกับสัญญาและความคาดหมายของลูกค้า การจัดหาสิ่งอุปกรณ์ในระยะยาวได้มีการดำเนินการในทันที และห่วงโซ่อุปทานได้มีการรวบรวมขึ้นมาแล้ว

Giancarlo Mezzanatto รองประธานหน่วยโครงการ Eurofighter ของแผนกอากาศยานบริษัท Leonardo กล่าวว่า "งานการผลิตได้เริ่มต้นในครึ่งหลังปี 2016 และกำลังอยู่ในสายกับแผนพื้นฐาน และในบางกรณีได้เดินหน้าตามกำหนดการ
พื้นผิวปีกเครื่องของปีกด้านซ้ายที่สร้างโดย Leonardo อิตาลี และปีกด้านขวาที่สร้างโดย Airbus Defence & Space สเปน ปีกชุดแรกได้เสร็จพร้อมแล้ว และขั้นตอนการประกอบจะเริ่มต้นก่อนสิ้นปี2017"

"ส่วนลำตัวเครื่องด้านท้ายแรกกำลังเข้าสู่การเริ่มในขั้นตอนการประกอบระยะที่2 ที่ Leonardo ในต้นปี 2018 ขณะที่การประกอบระยะที่1 ได้ดำเนินการแล้วที่ BAE Systems สหราชอาณาจักร สำหรับ 5เครื่องแรก
ลำตัวเครื่องด้านกลางดำเนินการสร้างโดย Airbus Defence & Space เยอรมนี ที่จะเริ่มต้นครึ่งแรกปี 2018 ได้พร้อมที่จะดำเนินในขั้นการเตรียมการประกอบตามแผน" Mezzanatto กล่าว

แบบจำลองย่อส่วน และภาพวาดประกอบบนกำแพงได้แสดงว่า Eurofighter Typhoon มีขีดความสามารถในการจัดการกับสถานการณ์ที่หลายหลายรูปแบบพร้อมกันได้อย่างไร
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของส่วนจัดแสดงของ Eurofighter-Leonardo ในงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ Gulf Defence & Aerospace 2017(GDA 2017) ที่ Kuwait City ระหว่างวันที่ 12-14 ธันวาคมที่ผ่านมา

"ชุดขีดความสามารถสำหรับคูเวตจะร่วมการบูรณาการอาวุธปล่อยนำวิถีร่อน Storm Shadow, อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Brimstone และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นแบบอื่นๆ
คุณสมบัติเหล่านี้เสริมสร้างคุณลักษณะพหุบทบาทของเครื่องขยายระบบอาวุธในบทบาท ซึ่ง Typhoon ทำได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่ปี 2011 ในปฏิบัติการที่ลิเบีย จนถึงที่ซีเรียและอิรักในตอนนี้" Mezzanatto กล่าว

"การปรับแต่งนี้เล็งเห็นถึงการบูรณาของกระเปาะชี้เป้าหมาย Laser ขั้นก้าวหน้าใหม่(Lockheed Martin Sniper สหรัฐฯ) ที่จะขยายแบบกระเปาะชี้เป้าที่ Typhoon รองรับ,
การนำกระเปาะฝึกการรบ DRS-Cubic ACMI P5 มาใช้, การเพิ่มขีดความสามารถระบบช่วยนำร่อง(VOR) และ radar CAPTOR-E พร้อมสายอากาศแบบ repositioner" Mezzanatto กล่าว

การจัดตั้งโครงสร้างพื้นฐานในคูเวตเพื่อสนับสนุนปฏิบัติการของ Typhoon กำลังอยู่ในขั้นการดำเนินการตามแผน รายละเอียดการออกแบบได้เสร็จสิ้นพร้อมกับการสรุปผลชุดข้อมูลทั้งหมด โดยการก่อสร้างได้เริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2017 แล้ว
ทั้งนี้กองทัพอากาศคูเวตจะเริ่มได้รับมอบเครื่องบินขับไล่ Typhoon รุ่นที่นั่งเดี่ยว 22เครื่อง และรุ่นสองที่นั่ง 6เครื่องในปี 2019 โดยปัจจุบันคูเวตมีเครื่องบินขับไล่ Boeing F/A-18C/D อยู่ 34เครื่องซึ่งประจำการมาตั้งแต่ปี 1991-1993 ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560

จีนตั้งเป้าตลาดส่งออกแบบเรือดำน้ำใหม่ล่าสุด หลังประสบความสำเร็จกับไทยและปากีสถาน

China targets export market with latest submarine designs
The 1100T is a multirole diesel-electric submarine design that will be capable of performing a diverse range of missions, from anti-ship and submarine attack to patrol and reconnaissance. Source: Jane's sources
http://www.janes.com/article/76304/china-targets-export-market-with-latest-submarine-designs

ด้วยประสบการณ์นับหลายทศวรรษจากการออกแบบและสร้างเรือดำน้ำสำหรับกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน(PLAN: People’s Liberation Army Navy) กลุ่มอุตสาหกรรมทางเรือจีนนำโดย China Shipbuilding Industry Corporation(CSIC) รัฐวิสาหกิจทางเรือของรัฐบาลจีน
กำลังมองหาการขยายการนำเสนอแบบเรือดำน้ำสำหรับส่งออกที่จีนพัฒนาเองในระดับโลก หลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการได้รับการสั่งจัดหาเรือดำน้ำจากกองทัพเรือไทย(Royal Thai Navy) และกองทัพเรือปากีสถาน(Pakistan Navy)

ปากีสถานกำลังจัดหาเรือดำน้ำโจมตีตามแบบดีเซล-ไฟฟ้าแบบ S20P จำนวน 8ลำที่มีพื้นฐานจากเรือดำน้ำชั้น Type 039A(NATO กำหนดรหัสชั้น Yuan) ที่เรือชุดแรก 4ลำจะสร้างในจีนและเริ่มส่งมอบให้กองทัพเรือปากีสถานได้ในปี 2022
ขณะที่เรือชุดที่สองอีก 4ลำจะดำเนินการสร้างที่อู่เรือ Karachi Shipbuilding and Engineering Works (KSEW) ในปากีสถานโดยการถ่ายทอด Technology จากจีน

ขณะที่กองทัพเรือไทยได้ลงนามสัญญาจัดหาวงเงินเกือบ ๑๓,๕๐๐ล้านบาท($390 million) กับ China Shipbuilding and Offshore International Corporation(CSOC) ภาคส่วนการค้ายุทโธปกรณ์นานาชาติของ CSIC ในการจัดหาเรือดำน้ำโจมตีตามแบบดีเซล-ไฟฟ้าแบบ S26T ๑ลำ
ซึ่งเรือดำน้ำแบบ S26T มีพื้นฐานจากเรือดำน้ำชั้น Type 039B ที่เป็นเรือรุ่นที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดของเรือดำน้ำชั้น Yuan ที่สร้างเข้าประจำการในกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน โดยจะเข้าประจำการในกองทัพเรือไทยราวปี พ.ศ.๒๕๖๖(2023)

คาดว่ากองทัพเรือไทยจะมีการสั่งจัดหาเรือดำน้ำแบบ S26T เพิ่มอีก ๒ลำในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยที่ทางกองทัพเรือไทยตั้งเป้าที่จะมีเรือดำน้ำประจำครบทั้งชุดจำนวน ๓ลำภายในปี พ.ศ.๒๕๖๙(2026)
โดยโครงการจัดหาเรือดำน้ำของกองทัพเรือไทยจะมีวงเงินรวมทั้งหมดราว ๓๖,๐๐๐ล้านบาท($1.1billion) ถ้าหากการจัดซื้อที่มีตามมาจะมีผลเป็นรูปธรรมจริงๆ

"เป็นเวลาถึง 60ปีของการออกแบบและพัฒนาเรือดำน้ำที่เริ่มต้นจากชั้น Romeo, ชั้น Ming, ชั้น Song และชั้น Yuan จีนมีขีดความสามารถที่จะวิจัยและพัฒนาเรือดำน้ำด้วยตนเองอย่างอิสระ
รวมถึงการออกแบบและสร้างระบบเรือดำน้ำ และอุปกรณ์เกี่ยวข้องที่หลากหลายอย่างเต็มรูปแบบ, ระบบตรวจจับ และระบบอาวุธ" โฆษกของบริษัท CSOC กล่าวกับ Jane's

ตามข้อมูลจาก CSIC เรือดำน้ำแบบ S20 และเรือดำน้ำแบบ S26T เป็นการออกแบบด้วยตนเองของจีนโดยสมบูรณ์ ซึ่งยกระดับจากประสบการณ์ของบริษัทในการพัฒนาเรือดำน้ำชั้น Type 039A Yuan ซึ่งปล่อยเรือลงน้ำครั้งแรกที่อู่เรือ Wuchang ใน Wuhan เมื่อเดือนพฤษภาคม 2004
จากภาพที่พบเรือชั้น Yuan มี2-3รุ่นหลักคือ Type 039A รุ่นแรก, Type 039B ที่ปรับปรุงรูปแบบตัวเรือเล็กน้อยและเพิ่มระบบใหม่ๆ เช่น Sonar ข้างลำตัว และ Type 039B รุ่นปรับปรุง(หรือ Type 039C) ที่มีหอเรือทรงโค้งมนที่ดูจะได้รับอิทธิพลเรือดำน้ำโจมตีนิวเคลียร์ชั้น Virginia สหรัฐฯ

อย่างไรก็ตามสำหรับอนาคตนั้น CSIC จีนได้เปิดตัวแบบเรือดำน้ำใหม่สามแบบใหม่ ที่ตั้งเป้าหมายการพัฒนาออกแบบสำหรับการส่งออกต่างประเทศโดยตรง ซึ่งกำลังได้รับความสนใจมากขึ้นจากหลายประเทศทั่วโลก
ซึ่งจุดเปลี่ยนแปลงหลักคือแบบเรือดำน้ำใหม่ทั้งสามแบบนี้เป็นแบบตัวเรือชั้นเดียว(Single-Hull) เหมือนเรือดำน้ำตะวันตก ขณะที่ S20 และ S26T ที่มีพื้นฐานจากเรือชั้น Type 039A/B เป็นแบบตัวเรือสองชั้น(Double-Hull) เหมือนเรือดำน้ำชั้น Project 636 Improved Kilo รัสเซียที่ส่งออกไปในหลายประเทศ

ทั้งนี้บริษัท CSOC จีนได้เปิดตัวแบบจำลองและข้อมูลเรือดำน้ำใหม่ทั้งสามแบบที่ประกอบด้วย เรือดำน้ำแบบ S1100 ขนาดระวางขับน้ำ 1,100tons, แบบ S600 ขนาดระวางขับน้ำ 600tons และเรือดำน้ำขนาดเล็ก(Midget Submarine) แบบ MS200 ขนาดระวางขับน้ำ 200tons
เป็นครั้งแรกในงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ Defense and Security 2017 ตามที่ได้มีรายงานพิเศษถึงข้อมูลรายละเอียดของแบบเรือดำน้ำใหม่ดังกล่าวไปครับ(http://aagth1.blogspot.com/2017/11/csoc-s26t.html)

วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560

กองทัพอากาศเยอรมนีถูกกลาโหมบอกว่าควรจัดหาเครื่องบินขับไล่ Typhoon เพิ่มไม่ใช่ F-35

German MoD says Luftwaffe should get more Eurofighters, not F-35s
With Germany a partner nation and already operating the type, the Luftwaffe should procure additional Eurofighters to replace its Tornados, the MoD has said. Source: Airbus

The Luftwaffe service chief has said that he wants to replace the Tornado with the F-35, seen here in German markings at the recent Berlin Security Conference. (IHS Markit / Gareth Jennings)
http://www.janes.com/article/76326/german-mod-says-luftwaffe-should-get-more-eurofighters-not-f-35s

กระทรวงกลาโหมเยอรมนีได้โต้แย้งผู้บัญชาการกองทัพอากาศเยอรมนี(Luftwaffe) โดยประกาศว่าเครื่องบินขับไล่ Panavia Tornado ควรจะถูกแทนที่ด้วยเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon มากกว่าเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35A Lightning II Joint Strike Fighter(JSF) สหรัฐฯ
Reuters ได้รายงานเมื่อ 11 ธันวาคมว่า กระทรวงกลาโหมเยอรมนีได้แถลงจุดยืนว่าควรจะมีการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Typhoon เพิ่มเติมทดแทน Tornado ในปี 2025 โดยเครื่องบินขับไล่ Boeing F-15 Eagle และ F/A-18E/F Super Hornet สหรัฐฯจะเป็นอีกทางเลือกที่ต้องการ

การประกาศซึ่งมีรายงานมาจากจดหมายต่อสมาชิกรัฐสภาเยอรมันที่เป็นความขัดแย้งที่ตรงกันข้ามโดยตรงกับมุมมองที่แสดงโดยผู้บัญชาการทหารอากาศเยอรมนี พลอากาศโท Karl Muellner
ผู้ซึ่งกล่าวก่อนหน้านี้ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า ความชื่นชอบของเขาคือการจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35 เพื่อทดแทนเครื่องบินขับไล่ Tornado

"มุมมองที่ระบุมาจากผู้บัญชาการกองทัพอากาศว่า F-35 Lightning II มีความเหมาะสมเป็นพิเศษที่จะมาสืบทอดแทน Tornado นั้นไม่ใช่จุดยืนของรัฐบาลสหพันธรัฐเยอรมนี"
ข้อความของรองรัฐมนตรีกลาโหมเยอรมนี Ralf Brauksiepe ได้ถูกอ้างโดย Reuters ตามจดหมายในข้างต้น

จากการพูดในการสัมนาเครื่องบินขับไล่นานาชาติ IQPC International Fighter conference ที่ Berlin ก่อนหน้านี้ พล.อ.ท.Muellner กล่าวว่า F-35 จะทำให้เยอรมนีสามารถที่จะเติมเต็มสามเป้าหมายหลักสำหรับการทดแทน Tornado ของตนได้
ที่มันพร้อมจะตอบสนองตามความต้องการทางทหารของกองทัพอากาศเยอรมนี เสริมสร้างความร่วมมือกับกลุ่มยุโรปผ่านการทำงานร่วมกันกับประเทศลูกค้าอื่นๆ และช่วยให้เกิดสมดุลของดุลการค้าของเยอรมนีที่เกินดุลกับสหรัฐฯ

นายพล Muellner ย้ำว่าเครื่องที่จะมาแทน Tornado ต้องมีความสามารถครบครันทั้งภารกิจการตอบโต้ทางอากาศเชิงรุก(OCA: Offensive Counter Air) และการขัดขวางทางอากาศ(Air Interdiction), การกดดันระบบป้องกันภัยทางอากาศข้าศึก(SEAD: Suppression of Enemy Air Defences),
การสนับสนุนทางอากาศใกล้ชิด(CAS: Close Air Support), การลาดตระเวนทางยุทธวิธี(Tactical Reconnaissance), สงคราม Electronic(EW: Electronic Warfare) และการป้องปรามทางนิวเคลียร์(Nuclear Deterrent)

เครื่องบินขับไล่ใหม่ยังจะต้องตรงกับภัยคุกคามในอนาคต และสามารถอยู่รอดในสภาพแวดล้อมขัดแย้งรุนแรงด้วยการวางกำลังพร้อมวิทยาการที่ทำให้ถูกตรวจพบได้ยาก(Stealth) เช่นเดียวกับระบบตรวจจับและอาวุธพิสัยไกล
"กองทัพอากาศเยอรมนีพิจารณาขีดความสามารถของ F-35 ในฐานะมาตรฐานสำหรับขั้นตอนการเลือกเพื่อการทดแทน Tornado และผมคิดว่าผมได้แสดงออกชัดเจนเพียงพอว่าอะไรเป็นที่ชื่นชอบของกองทัพอากาศ" พลอากาศโท Muellner กล่าวครับ

วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560

กาตาร์ลงนามจัดหาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon อังกฤษ 24เครื่อง

Qatar agrees contract for Typhoon aircraft
BAE Systems and the Government of the State of Qatar have entered into a contract, valued at approximately 5 billion Pound, for the supply of Typhoon aircraft to the Qatar Emiri Air Force along with a bespoke support and training package.
http://www.baesystems.com/en/article/qatar-agrees-contract-for-typhoon-aircraft

บริษัท BAE Systems สหราชอาณาจักร และรัฐบาลกาตาร์ได้เข้าสู่การลงนามสัญญาวงเงินประมาณ 5 billion British Pound($6.7 billion) ในการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon 24เครื่องสำหรับกองทัพอากาศกาตาร์(Qatar Emiri Air Force)
พร้อมทั้งการสั่งชุดการสนับสนุนและการฝึกล่วงหน้า สัญญานี้มีหัวข้อเงื่อไขด้านเงินทุนและใบเสร็จการรับเงินโดยการจ่ายครั้งแรกของบริษัท ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นได้ภายในไม่เกินกลางปี 2018

ตามที่ก่อนหน้านี้กาตาร์ได้ลงนามจดหมายแสดงความจำนง(LOI: Letter of Intent) เพื่อจัดหาเครื่องบินขับไล่ Typhoon ต่อรัฐบาลสหราชอาณาจักรเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา(http://aagth1.blogspot.com/2017/09/eurofighter-typhoon.html)
โดยสัญญานี้จะมีการสร้างและจัดส่งเครื่องบินขับไล่ Typhoon Tranche 3 จำนวน 24เครื่องให้กองทัพอากาศกาตาร์ ที่คาดว่าจะดำเนินการส่งมอบได้ในปลายปี 2022

BAE Systems อังกฤษได้เป็นผู้รับสัญญาหลักสำหรับทั้งการให้บริการอากาศยานและการบรรลุข้อตกลงสำหรับการสนับสนับระหว่างประจำการและการจัดการฝึกเริ่มต้น โดย Charles Woodburn ผู้อำนวยการบริหาร BAE Systems กล่าวว่า
"เรามีความดีใจยิ่งที่ได้เริ่มต้นบทใหม่ในการพัฒนาความสัมพันธ์ระยะยาวกับรัฐกาตาร์และกองทัพกาตาร์ และเรามองไปข้างหน้าเพื่อทำงานร่วมกันกับลูกค้าของเราเช่นที่พวกกำลังดำเนินการพัฒนาขีดความสามารถทางทหารของตน"

Eurofighter Typhoon เป็นเครื่องบินขับไล่ที่ได้รับการสั่งจัดหาจากกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียในตะวันออกกลางหลายประเทศ เช่น กองทัพอากาศซาอุดิอาระเบีย(Royal Saudi Air Force) ที่เป็นลูกค้าส่งออกนอกยุโรปประเทศแรกที่ได้รับมอบครบ 72เครื่องแล้ว
กองทัพอากาศโอมาน(Royal Air Force of Oman)ซึ่งเพิ่งได้รับมอบ Typhoon ชุดแรกจากที่สั่งจัดหา 12เครื่องกับ BAE Systems ในปี 2017 นี้ และกองทัพอากาศคูเวต(Kuwait Air Force) ที่สั่งจัดหา 28เครื่องกับ Leonardo อิตาลี โดยจะได้รับมอบเครื่องชุดแรกในปี 2019

ทั้งนี้กาตาร์เพิ่งจะลงนามสัญญาจัดหาเครื่องบินขับไล่ Dassault Rafale ฝรั่งเศสเพิ่มอีก 12เครื่องจากที่สั่งจัดหาแล้ว24เครื่องรวมทั้งหมด 36เครื่อง(http://aagth1.blogspot.com/2017/12/rafale-12.html) เช่นเดียวกับเครื่องบินขับไล่ Boeing F-15QA(Qatar Advanced) สหรัฐฯ 36เครื่อง
ทำให้ในอนาคตกองทัพอากาศกาตาร์จะมีเครื่องบินขับไล่ใหม่ประจำการสามแบบรวมทั้งหมด 96เครื่อง ซึ่งจะมาทดแทนเครื่องบินขับไล่ Dassault Mirage 2000-5 จากฝรั่งเศส 12เครื่องที่มีอายุการใช้มานาน

แม้ว่าจะว่าจะยังไม่มีการกล่าวถึงในประกาศนี้ แต่มีการเปิดเผยความตั้งใจก่อนหน้านี้ว่ากองทัพอากาศกาตาร์มีความต้องการจะจัดหาเครื่องบินฝึกไอพ่น Hawk จาก BAE Systems จำนวน 6เครื่อง ที่น่าจะมาทดแทนเครื่องบินฝึก/โจมตีเบาไอพ่น Alpha Jet ที่มี 6เครื่องด้วย
ทั้งนี้ทาง BAE Systems กล่าวว่าโรงงานอากาศยานของบริษัท(Warton Aerodrome ใน Lancashire ที่เดียวกับ Typhoon แทน Brough Aerodrome ใน Yorkshire ที่จะปิดตัว)พร้อมที่จะเปิดสายการผลิตระดับต่ำทันทีที่มีการลงนามสัญญาจัดหาจากทางกาตาร์ครับ

วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560

บราซิลหวังจะซื้อเรือยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ HMS Ocean อังกฤษประจำการในปี 2018

Brazil hopes to buy, commission UK’s HMS Ocean by June 2018
The UK Royal Navy HMS Ocean helicopter carrier may next be heading to Brazilian service. (Crown Copyright/UK Ministry of Defence)
http://www.janes.com/article/76245/brazil-hopes-to-buy-commission-uk-s-hms-ocean-by-june-2018

Brazilian government authorises purchase of UK’s HMS Ocean
http://www.janes.com/article/76187/brazilian-government-authorises-purchase-of-uk-s-hms-ocean

กองทัพเรือบราซิล(Brazilian Navy) กำลังมองหาทางที่จะประจำการเรือยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์(LPH: Landing Platform Helicopter) L12 HMS Ocean กองทัพเรือสหราชอาณาจักร(Royal Navy) ในเดือนมิถุนายน 2018 ตามที่ Jane's ได้ข้อมูลเมื่อวันที่ 6ธันวาคมที่ผ่านมา
กองทัพเรือบราซิลได้รับการอนุมัติที่จะเจรจากับสหราชอาณาจักรสำหรับการจัดหาเรือยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ HMS Ocean วงเงิน 84.6 million British Pound($113 million) โดยการอนุมัติจากกระทรวงกลาโหมบราซิลมีขึ้นเมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา

กองทัพเรือบราซิล(Marinha do Brasil)ได้ร้องขอการอนุมัติจัดซื้อเรือยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ L12 HMS Ocean ต่อจากอังฤษ หลังจากที่ตัดสินใจปลดประจำการเรือบรรทุกเครื่องบิน A12 NAe Sao Paulo ของตน
ที่เดิมคือเรือบรรทุกเครื่องบิน Foch กองทัพเรือฝรั่งเศสที่ประจำการครั้งแรกในปี 1963 ที่บราซิลจัดหามาในปี 2000 โดยมีอายุการใช้งานตัวเรือเกิน 54ปี และปัจจุบันอยู่ในสถานะไม่ออกเรือปฏิบัติการแล้ว(http://aagth1.blogspot.com/2017/02/sao-paulo.html)

ตามแผนยุทธศาสตร์ของกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักร กองทัพเรืออังกฤษกล่าวว่าเรือ LPH HMS Ocean ที่ประจำการมาตั้งแต่ 30 กันยายน 1998 จะพร้อมเสนอขายให้มิตรประเทศหลังจากปลดประจำการโดยไม่มีเรือแบบเดียวกันมาทดแทนในเดือนมีนาคม 2018
โดยกองทัพเรือสหราชอาณาจักรเพิ่งจะทำพิธีขึ้นระวางประจำการเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Queen Elizabeth ลำแรกคือ R08 HMS Queen Elizabeth ไปเมื่อ 7 ธันวาคม ที่ผ่านมา และลำที่สอง R09 HMS Prince of Wales ที่ทำพิธีตั้งชื่อเรือไปเมื่อ 8 กันยายนที่ผ่านมา(http://aagth1.blogspot.com/2017/09/hms-prince-of-wales-f-35b.html, http://aagth1.blogspot.com/2017/12/hms-queen-elizabeth.html)

ช่วงระหว่างการรับมอบเรือ, การซ่อมบำรุง และกิจกรรมการฝึกจะมีขึ้นในสหราชอาณาจักร ตามที่กองทัพเรือบราซิลวางไว้ข้อตกลงการจัดหาเรือจะเสร็จสิ้นภายในปี 2018 ตามมาด้วยการยกเครื่องเรือในปี 2019 และพร้อมเข้าประจำการในปี 2020
HMS Ocean ระวางขับน้ำ 22,000tons สามารถรองรับเฮลิคอปเตอร์ที่มีประจำการในกองทัพเรือบราซิลได้ทั้ง Super Cougar, Super Puma, Super Lynx และ Sea Hawk รวมถึงมีโรงเก็บยานพาหนะความจุ 40คัน พร้อมทหารนาวิกโยธิน 830นาย และเรือระบายพลขนาดเล็ก(LCVP) 4ลำ

HMS Ocean จะได้รับการตรวจรับมอบโดยเจ้าหน้าที่กองทัพเรือบราซิลก่อน ขณะที่การขออนุมัติจากรัฐบาลสหรัฐฯยังต้องมีความจำเป็นสำหรับระบบอุปกรณ์และอาวุธบางอย่างบนเรือที่สร้างโดยสหรัฐฯ
อย่างการส่งมอบระบบอาวุธป้องกันระยะประชิดปืนใหญ่กลหกลำกล้องหมุน Raytheon Mk15 Phalanx Block 1B CIWS(Close-In Weapon System)ขนาด 20mm 3ระบบบนเรือ ซึ่งกองทัพเรือบราซิลกล่าวว่าระบบนี้ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงกับอังกฤษครับ

วันอาทิตย์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560

กาตาร์จะจัดหาเครื่องบินขับไล่ Rafale เพิ่ม 12เครื่อง

Qatar acquires an additional 12 Rafale
the Qatar Armed Forces and Dassault Aviation signed an agreement on future cooperation and the exercise of an option for 12 Rafale.
https://www.dassault-aviation.com/en/group/press/press-kits/qatar-acquires-additional-12-rafale/

ในโอกาสที่ประธานาธิบดีสาธารณรัฐฝรั่งเศส นาย Emmanuel Macron และองค์เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ Sheikh Tamim bin Hamad Al Thani เข้าพบกัน เมื่อ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา
กองทัพกาตาร์และบริษัท Dassault Aviation ฝรั่งเศสได้ลงนามข้อตกลงด้านความร่วมมือระหว่างกันในอนาคต และการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Rafale เพิ่มเติม 12เครื่อง วงเงินประมาณราว 1.1 billion Euros

การจัดหาครั้งนี้มีตามมาจากสัญญาที่ลงนามเมื่อ 4 พฤษภาคม 2015 ระหว่างรัฐกาตาร์และ Dassault ในการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Rafale 24เครื่องวงเงินขั้นต้น 6.3 billion Euros แบ่งเป็น Rafale EQ รุ่นที่นั่งเดี่ยว 18เครื่อง และ Rafale DQ รุ่นสองที่นั่ง 6ครื่อง
ทำให้จำนวนเครื่องบินขับไล่ Rafale ที่จะประจำการในกองทัพอากาศกาตาร์(Qatar Emiri Air Force) เพิ่มขึ้นรวมทั้งหมด 36เครื่อง

Dassault Aviation และหุ้นส่วนต่างต้องขอขอบคุณตัวแทนของกาตาร์ในการให้โอกาสในการขยายความร่วมมือระหว่างกัน โดยเป็นการยืนยันถึงความเชื่อมั่นในคุณภาพของ Rafale และความพอใจของการปฏิบัติตามสัญญาหลัก
"ข้อตกลงใหม่นี้สร้างขึ้นจากความสัมพันธ์พิเศษที่มีอยู่ระหว่างสองประเทศและความมุ่งมั่นร่วมกันของกระทรวงกลาโหมกาตาร์และ Dassault Aviation ที่จะก้าวไปข้างหน้าร่วมกัน" Eric Trappier ประธานและผู้อำนวยการบริหารของ Dassault กล่าว

ยังไม่เป็นที่เปิดเผยว่าเครื่องบินขับไล่ Rafale ที่กาตาร์จัดหาเพิ่มเติม 12เครื่องจะเป็นรุ่นใดบ้าง แต่มีข้อสังเกตว่าถ้ากองทัพอากาศกาตาร์ไม่มีแผนที่จะใช้ Rafale DQ รุ่นสองที่นั่งในการปฏิบัติการรบ เครื่องที่สั่งจัดหาใหม่ก็น่าจะเป็น Rafale EQ รุ่นที่นั่งเดี่ยว
ขณะที่กองทัพอากาศอียิปต์(Egyptian Air Force) ที่เป็นลูกค้าส่งออกรายแรกของเครื่องบินขับไล่ Rafale ที่สั่งจัดหา 24เครื่องนั้นแบ่งเป็น Rafale EM รุ่นที่นั่งเดี่ยว 8เครื่อง และ Rafale DQ รุ่นสองที่นั่ง 16ครื่อง

ทั้งนี้นอกจากเครื่องบินขับไล่ Rafale แล้ว กองทัพอากาศกาตาร์ยังได้สั่งจัดหาเครื่องบินขับไล่ Boeing F-15QA(Qatar Advanced) 36เครื่องจากสหรัฐฯ(ในตระกูล F-15E Strike Eagle รุ่นสองที่นั่งขับไล่ครองอากาศ/โจมตีทางลึก)
และเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon 24เครื่องจากสหราชอาณาจักรตามที่รายงานไป(http://aagth1.blogspot.com/2017/09/eurofighter-typhoon.html) ทำให้ในอนาคตกองทัพอากาศกาตาร์จะมีเครื่องบินขับไล่แบบต่างๆรวมกันถึง 96เครื่องครับ

วันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2560

อังกฤษทำพิธีประจำการเรือบรรทุกเครื่องบิน HMS Queen Elizabeth

Britain moves to restore carrier strike capability with warship commissioning
Police officers are seen in front of the HMS Queen Elizabeth during its commissioning ceremony on Dec. 7, 2017, in Portsmouth, England. (Matt Cardy/Getty Images)
https://www.defensenews.com/naval/2017/12/07/britain-moves-to-restore-carrier-strike-capability-with-warship-commissioning/


กองทัพเรือสหราชอาณาจักร(Royal Navy) ได้เข้าใกล้ไปอีกขั้นในการกลับมามีขีดความสามารถด้านกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีอีกครั้งในวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา
ในพิธีขึ้นระวางประจำการเรือบรรทุกเครื่องบิน R08 HMS Queen Elizabeth ระวางขับน้ำ 65,000tons อย่างเป็นทางการ ณ ฐานทัพเรือ HMNB Portsmouth ทางตอนใต้ของ England
เรือบรรทุกเครื่องบิน HMS Queen Elizabeth ได้เริ่มการทดสอบการปฏิบัติการร่วมกับเฮลิคอปเตอร์ไปแล้วในช่วงปี 2017 นี้ และในปี 2018 เรือมีกำหนดการที่จะเดินทางไปยังชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ
เพื่อดำเนินการทดสอบการปฏิบัติการบินร่วมกับเครื่องบินขับไล่ F-35B Lightning II ส่วนหนึ่งจาก 14เครื่องที่สหราชอาณาจักรสั่งจัดหาจากบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯ

HMS Queen Elizabeth เป็นเรือรบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่ประจำการในกลุ่มประเทศยุโรปขณะนี้ โดยเป็นเรือลำแรกของเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Queen Elizabeth จำนวน 2ลำ
ที่สร้างโดยบริษัท BAE Systems และกลุ่มพันธมิตรอุตสาหกรรมทางเรืออังกฤษ ที่มีวงเงินโครงการประมาณ 6.2 billion British Pound($8.3 billion)
เรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Queen Elizabeth ลำที่สอง R09 HMS Prince of Wales ที่ได้ทำพิธีตั้งชื่อเรือเมื่อ 8 กันยายนที่ผ่านมานั้น(http://aagth1.blogspot.com/2017/09/hms-prince-of-wales-f-35b.html)
ส่วนโครงสร้างเรือได้สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว และมีกำหนดการที่จะส่งมอบให้กองทัพเรือสหราชอาณาจักรได้ในปี 2019 แต่จะมีเรือบรรทุกเครื่องบินเพียงลำเดียวที่ออกปฏิบัติการได้ในช่วงเวลาใดๆก็ตาม เนื่องจากอังกฤษไม่มีกำลังพลและทรัพยากรมากพอที่จะปฏิบัติการเรือได้พร้อมกันทั้ง 2ลำ

ในพิธีขึ้นระวางประจำการ พลเรือเอก Sir Philip Jones, First Sea Lord และผู้บัญชาการกองทัพเรือสหราชอาณาจักร ได้กล่าวว่า
"การชักธงราชนาวีอังกฤษ(White Ensign) บนเรือ HMS Queen Elizabeth วันนี้ สหราชอาณาจักรได้ยืนยันที่อยู่ของเธอท่ามกลางมหาอำนาจทางทะเลของโลกในแง่ความเกรียงไกรและความกำยำ
เรือบรรทุกเครื่องบินจะตั้งอยู่ในหัวใจของการปรับปรุงความทันสมัยและความแกร่งกล้าของกองทัพเรือสหราชอาณาจักร ขีดความสามารถในการแสดงกำลังและอำนาจในทะเล ในอากาศ เหนือพื้นดิน และใน Cyberspace และเสนอทางเลือกทางทหารและทางการเมืองของชาติเราในโลกที่ไม่แน่นอนนี้"

การประจำการ HMS Queen Elizabeth อย่างเป็นทางการเป็นการกลับมามีขีดความสามารถการโจมตีด้วยเรือบรรทุกเครื่องบินอีกครั้งของกองทัพเรืออังกฤษ
หลังจากที่รัฐบาลพรรคอนุรักษ์นิยมได้สั่งปลดประจำการเรือบรรทุกเครื่องบินเบาชั้น Invicible ทั้งหมดตามแผนทวบทวนยุทธศาสตร์กลาโหมและความมั่นคง(Strategic Defence and Security Review) ในปี 2010
เป็นเวลาหลายปีจนถึงตอนนี้ที่นักบินและกำลังพลกองทัพเรือสหราชอาณาจักรได้คงทักษะของพวกตนโดยการปฏิบัติการร่วมกับกองทัพสหรัฐฯชาติพันธมิตร
ความร่วมมือที่ใกล้ชิดที่จะดำเนินต่อไปคือการนำ F-35B รุ่นบินขึ้นระยะสั้นลงทางดิ่ง STOVL(Short Take-Off/Vertical Landing) ของนาวิกโยธินสหรัฐฯ(US Marine Corps) ที่จะทำการบินจากดาดฟ้าบินของ HMS Queen Elizabeth

การวางกำลัง F-35B นาวิกโยธินสหรัฐฯบนเรือบรรทุกเครื่องบินกองทัพเรืออังกฤษเป็นส่วนหนึ่งจากการที่อังกฤษไม่สามารถจัดหางบประมาณในการจัดหาอากาศยานที่เพียงพอที่จะทำให้เรือบรรทุกเครื่องบินสามารถใช้งานได้ในเวลาไม่กี่ปีทันทีที่เริ่มนำ HMS Queen Elizabeth เข้าประจำการ
ณ เวลานี้อังกฤษได้สั่งจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35B เพียง 14เครื่องเท่านั้น ซึ่งยังไม่ได้รับมอบครบทั้งหมด โดยเครื่องสุดท้ายที่สั่งในชุดปัจจุบันนี้จะมีการส่งมอบให้ได้ในอีกหลายสัปดาห์ข้างหน้า
การจัดหา F-35B ระยะต่อไปกำลังอย่ระหว่างการเจรจากับ Lockheed Martin สหรัฐฯ แต่โฆษกของกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรปฏิเสธที่จะระบุว่าจะมีการสั่งจัดหา F-35B อีกจำนวนกี่เครื่องในชุดต่อไป
อังกฤษมีความต้องการที่จะจัดหา F-35B 48เครื่องสำหรับกองทัพเรือสหราชอาณาจักร และกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร(Royal Air Force) และจะประเมินการจัดหาถึง 138เครื่อง แม้ว่าจะไม่มีความชัดเจนเรื่องระยะเวลาที่แท้จริงก็ตาม

เมื่อถึงช่วงที่ HMS Queen Elizabeth เข้าใกล้ความพร้อมปฏิบัติการเต็มอัตราที่จะมีขึ้นในสิ้นทศวรรษปี 2020s อังกฤษมีแผนที่จะตั้งฝูงบินขับไล่ F-35B สองฝูงบินซึ่งมีเครื่องประจำการฝูงละ 24เครื่อง
เรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Queen Elizabeth สามารถรองรับ F-35B ได้ 36เครื่อง แม้ว่าเจ้าหน้าที่กองทัพเรืออังกฤษจะกล่าวว่าเรือสามารถวางกำลังเครื่องบินขับไล่ได้ในจำนวนมากกว่านี้ถ้าต้องการ
คณะรัฐมนตรีรัฐบาลสหราชอาณาจักรได้เสนอว่าเครื่องบินขับไล่เหล่านี้น่าจะมีการเลือกจัดหา F-35A CTOL(Conventional Take-Off and Landing) รุ่นขึ้นลงตามแบบสำหรับกองทัพอากาศอังกฤษภายหลัง
ตั้งแต่ที่สหราชอาณาจักรจะออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปในปลายปีนี้ และค่าเงิน Pound Sterling ที่อ่อนค่าลงส่งผลต่องบประมาณกลาโหม จึงมีความกังวลต่อโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35 ซึ่งเป็นโครงการกลาโหมที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของอังกฤษ

การประมาณการหนึ่งว่าการจัดซื้อยุทโธปกรณ์จากสหรัฐฯของสหราชอาณาจักรควรจะมีการประเมินบัญชีทุกไตรมาสสำหรับทุก Pound ที่ใช้จ่ายในโครงการจัดหาของกลาโหม
แผนทวบทวนยุทธศาสตร์กลาโหมและความมั่นคงที่ใกล้จะมาถึงนี้เป็นการต่อสู้ระหว่างกระทรวงกลาโหมและกระทรวงการคลังสหราชอาณาจักร ไม่ว่าจะมีเงินเพียงพอไม่ก็ตามที่จำเป็นจะต้องตัดงบประมาณกลาโหมลงเพื่อไม่ให้เกิดหลุมดำงบประมาณที่สูงถึง 20 billion Pound ใน 10ปีข้างหน้า
การตัดงบประมาณเหล่านี้คาดว่าจะเกิดขึ้นในแผนทบทวนกลาโหมที่เกี่ยวข้องกับความพร้อมของกองทัพเรือสหราชอาณาจักรที่มีจำนวนเรือรบและขีดความสามารถลดลงไปอย่างมาก(http://aagth1.blogspot.com/2016/11/blog-post_22.html)
การเผชิญหน้าระหว่างกระทรวงกลาโหมและกระทรวงการคลังถึงจุดต่ำเมื่อสื่ออังกฤษรายงานว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และอดีตรัฐมนตรีกลาโหมอังกฤษ Philip Hammond ถูกกล่าวโทษว่าเป็นต้นเหตุปัญหาหลุมดำในกระทรวงกลาโหม
และจะถูกระงับการให้ใช้บริการเครื่องบินโดยสาร VIP ของกองทัพอากาศอังกฤษจนกว่ากระทรวงการคลังจะจ่ายค่าโดยสารจากการเดินทางเที่ยวก่อนหน้านี้ครับ

วันศุกร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2560

ตุรกีมองจะจัดหาเครื่องบินโจมตี Harrier ระหว่างรอเครื่องบินขับไล่ F-35B บนเรือ LHD TCG Anadolu

Turkey seeks to buy Harriers as an interim measure until F-35Bs are ready
http://www.janes.com/article/76200/turkey-seeks-to-buy-harriers-as-an-interim-measure-until-f-35bs-are-ready

An AV-8B US Marine Corps hovering during the 2012 Miramar Air Show(wikipedia.org)

Model of L408 TCG Anadolu Landing Helicopter Dock/Light Aircraft Carrier with F-35B STOVL by Sedef Shipbuilding for Turkish Navy at IDEF 2016(https://twitter.com/hkilichsword)

ตุรกีกำลังมองหาแนวทางการจัดซื้อเครื่องบินโจมตี Harrier ที่ยังไม่ทราบจำนวน เพื่อเป็นตัวอุดช่องว่างคั่นระยะจนกว่าเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35B Lightning II JSF(Joint Strike Fighter) รุ่น STOVL(Short Take-Off/Vertical Landing) จะพร้อมเข้าประจำการในกองทัพตุรกี
ตามที่ Jane's ได้ทราบข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ในภาคอุตสาหกรรมความมั่นคงของตุรกีและประเทศตะวันตก จากรายงานก่อนหน้านี้ที่ตุรกีได้แสดงความสนใจต่อสหรัฐฯในการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ F-35B STOVL ราว 19-20เครื่อง

การจัดหา F-35B รุ่นบินขึ้นระยะสั้นลงจอดทางดิ่งนี้ เป็นการเพิ่มเติมจากที่ตุรกีได้มีแผนที่จะสั่งจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35A CTOL(Conventional Take-Off and Landing) รุ่นขึ้นลงตามแบบสำหรับกองทัพอากาศตุรกี(Turkish Air Force)ราว 100เครื่อง
ซึ่งตุรกีได้เข้าร่วมโครงการ JSF ในหุ้นส่วนระดับ3(Level 3 partner) ร่วมกับแคนาดา(ที่ถอนตัวไปแล้ว) ออสเตรเลีย นอร์เวย์ ที่สองประเทศต่างได้รับมอบเครื่องชุดแรกแล้ว และเดนมาร์ก(มีแผนจัดหา 27เครื่อง)

เกี่ยวกับการจัดหา Harrier เริ่มแรกตุรกีได้เข้าหาสหราชอาณาจักรสำหรับการจัดหาเครื่องบินโจมตี Harrier GR9 แต่ภายหลังได้หันกลับมามองการจัดหาเครื่องบินโจมตี AV-8B Harrier II จากสหรัฐฯแทน
เนื่องจากกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร(Royal Air Force) ได้ปลดประจำการ Harrier GR9A ทั้งหมดตั้งแต่ปี 2010 แล้วทำให้เหลือตัวเลือกเพียง AV-8B นาวิกโยธินสหรัฐฯ(US Marine Corps)มือสองที่เก็บไว้คลังเท่านั้น

เป็นที่เข้าใจว่าตุรกีจะนำเครื่องบินขับไล่ขึ้นลงทางดิ่ง F-35B มาปฏิบัติการกับเรืออู่ยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ L408 TCG Anadolu LHD(Landing Helicopter Dock) ที่เริ่มการสร้างโดยอู่ต่อเรือบริษัท Sedef Shipbuilding, Inc. ตุรกีเมื่อ 30 เมษายน 2016
โดยเรือ LHD ชั้น Anadolu ตุรกีมีพื้นฐานจากเรืออู่ยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ Juan Carlos I กองทัพเรือสเปน(Spanish Navy) ภายใต้สิทธิบัตรของบริษัท Navantia สเปน เช่นเดียวกับเรืออู่ยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ชั้น Canberra ทั้ง 2ลำของกองทัพเรือออสเตรเลีย(Royal Australian Navy)

TCG Anadolu มีความยาวเรือ 232m ระวางขับน้ำสูงสุดประมาณ 27,000tons ความเร็วสูงสุด 21knot พิสัยทำการไกลสุด 9,000nmi มีโรงเก็บยานพาหนะรองรับรถถังหลัก 29คัน รถสะเทินน้ำสะเทินบก AAV 27คัน กับอู่ลอย(Well deck) รองรับเรือระบายพลขนาดกลาง(LCM) 4ลำ และยานเบาะอากาศ(LCAC) 2ลำ
อากาศยานรองรับ F-35B 6เครื่อง เฮลิคอปเตอร์โจมตี T129 ATAK 4เครื่อง, เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป H215M Cougar หรือเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนัก CH-47F 8เครื่อง, เฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ SH-60B Seahawk 2เครื่อง และอากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) Anka หรือ Bayraktar 2เครื่อง

แผนเดิมของโครงการจัดหาเรืออู่ยกพลขึ้นบก LPD(Landing Platform Dock)/LHD ในโครงการ L400 นั้นกองทัพเรือตุรกี(Turkish Naval Forces) ต้องการเรือที่มีดาดฟ้าเรียบไม่มี Ski-Jump ที่หัวเรือสำหรับการปฏิบัติการด้วยเฮลิคอปเตอร์เท่านั้น
แต่จากการเปลี่ยนความต้องการใหม่ที่จะนำเครื่องบินขับไล่ F-35B มาปฏิบัติการบนเรือซึ่งบินขึ้นจากเรือด้วย Ski-Jump นั้น ทำให้ L408 TCG Anadolu ที่คาดว่าจะปล่อยลงน้ำได้ในราวปี 2021 จะเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินเบาลำแรกของกองทัพเรือตุรกีครับ

วันพฤหัสบดีที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2560

เครื่องบินขับไล่ Su-57 รัสเซียทำการบินพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ครั้งแรก

VIDEO: Russia flies first Su-57 fitted with new Product 30 engine
Russia’s latest fighter aircraft flew on 5 December for the first time with the NPO Saturn “Product 30” engine, which will be the production standard for the Sukhoi Su-57.
https://www.flightglobal.com/news/articles/video-russia-flies-first-su-57-fitted-with-new-prod-443899/

PAK FA (T-50) flying lab took off for the first time with second stage engine

เครื่องบินขับไล่ยุคที่5 รุ่นใหม่ล่าสุด Sukhoi Su-57 รัสเซียทำการบินในวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมาโดยติดตั้งเครื่องยนต์ไอพ่นของ NPO Saturn แบบ "Product 30" เป็นครั้งแรก ซึ่งเครื่องยนต์ใหม่นี้จะถูกนำมาใช้ในสายการผลิตมาตรฐานของ Su-57
Sukhoi รัสเซียได้ทำการสร้างเครื่องบินขับไล่ต้นแบบ Su-57 หรือที่เดิมรู้จักในชื่อ PAK FA T-50 จำนวน 9เครื่อง ซึ่งติดตั้งเครื่องยนต์ไอพ่นแบบ NPO Saturn Product 117S ซึ่งพัฒนาจากเครื่องยนต์ไอพ่น Turbofan มีสันดาปท้าย AL-41F-1S ที่พัฒนาสำหรับใช้กับเครื่องบินขับไล่ Su-35

แต่กองทัพอากาศรัสเซีย(Russian Aerospace Force) วางแผนที่จะแทนที่ ย.ไอพ่น Product 117S ในสายการผลิตจำนวนมากของ Su-57 ที่จะเริ่มต้นในปี 2020 ด้วย ย.ไอพ่น Product 30 ใหม่ที่เป็นไปได้ว่ามีคุณสมบัติหลักของเครื่องยนต์รูปแบบใหม่ซึ่งมีรายละเอียดน้อยมาก
รัฐบาลรัสเซียกล่าวว่า ย.Product 30 ใหม่ที่เป็นเครื่องยนต์ระยะที่สอง จะมีแรงขับสูงกว่า และมีประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิงดีกว่า ย.รุ่นก่อน ซึ่งจะลดน้ำหนักและความต้องการในการซ่อมบำรุงลงได้มาก

วันที่ 5 ธันวาคม การบินทดสอบดำเนินการโดย Sergei Bogdan หัวหน้านักบินทดสอบของ Sukhoi จากสถาบันวิจัยการบิน Gromov ที่ฐานทัพอากาศ Zhukovsky เป็นเวลา 17นาที ตามข้อมูลจากรัฐมนตรีอุตสาหกรรมและการค้ารัสเซีย Denis Manturov
ภาพถ่ายและวีดิทัศน์ของการบินทดสอบแสดงถึงเครื่องยนต์ Product 30 ติดตั้งในตำแหน่งเครื่องยนต์ที่1 ทางด้านซ้ายของเครื่อง ขณะที่ Product 117S ยังคงติดตั้งที่ตำแหน่งเครื่องยนต์ที่2 ทางด้านขวาของเครื่อง

จากภาพที่ปรากฎเครื่องยนต์ Product 30 มีปลายท่อไอพ่นที่หยักแหลมและมีความยาวสั้นกว่า เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ Product 117S ที่มีปลายท่อไอพ่นที่แบนเรียบ
การบินทดสอบดำเนินการโดยเครื่องต้นแบบของ Su-57 เครื่องที่สองหมายเลข 052 หรือที่รู้จักในชื่อ T-50-2

"นี่เป็นการพิสูจน์ถึงศักยภาพที่สูงของอุตสาหกรรมการสร้างอากาศยานของรัสเซีย ที่สามารถออกแบบระบบอากาศพลศาสตร์, นวัตกรรมส่งประกอบ Digital และเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุดขั้นอัจฉริยะและก้าวหน้าได้"
รัฐมนตรีอุตสาหกรรมและการค้ารัสเซีย Manturov กล่าว เขายังกล่าวว่าการทดสอบเครื่องต้นแบบเครื่องบินขับไล่ Su-57 ระยะแรกใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว

Su-57 คาดว่าจะเข้าประจำการในฐานะเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 แบบแรกของกองทัพอากาศรัสเซียในภายหลังสิ้นทศวรรษนี้ โดยมีคุณสมบัติวิทยาการตรวจจับได้ยาก Stealth ทั้งห้องเก็บอาวุธภายในลำตัว
และระบบตรวจจับขั้นก้าวหน้าประกอบด้วย AESA(Active Electronically Scanned Array) Radar และระบบกล้องตรวจจับ IRST(Infrared Search and Track)

รัฐบาลประธานาธิบดีรัสเซีย Vladimir Putin ยังคงอยู่ระหว่างการประชุมการกำหนดแผนการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ของรัฐระยะผูกพันหลายปี ซึ่งจะมีการตัดสินใจระยะเวลาและจำนวนการจัดหา Su-57 จนถึงปี 2027
แต่กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้ารัสเซียยังดำเนินการตามแผนเดิม ซึ่งเครื่องบินขับไล่ Su-57 จะเป็นอากาศยานทางทหารในสายการผลิตของ Sukhoi แบบล่าสุดในปี 2020 ครับ

วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2560

จีนกำลังสร้างยานเบาะอากาศชั้น Type 726A LCAC เพิ่ม

China building more Yuyi-class LCACs
A Chinese Type 726 LCAC approaches the well deck of a Type 071 LPD during an amphibious landing exercise in November in waters of the South China Sea. (Via eng.chinamil.com.cn)

DigitalGlobe imagery showing five Type 726A LCACs at Jiangnan Shipyard near Shanghai. Source: 2017 DigitalGlobe, Inc. / 2017 IHS Markit
http://www.janes.com/article/76078/china-building-more-yuyi-class-lcacs

ภาพถ่ายจากดาวเทียมทางการค้าพลเรือนบริเวณอู่ต่อเรือ Jiangnan ใกล้มหานคร Shanghai สาธารณรัฐประชาชนจีน แสดงให้เห็นว่าจีนกำลังสร้างยานเบาะอากาศชั้น Type 726A LCAC(Landing Craft Air-Cushion) เพิ่มเติม(NATO กำหนดรหัสชั้น Yuzhao)
โดยก่อนหน้านี้ปรากฎภาพว่ายานเบาะอากาศชั้น Type 726A LCAC จำนวน 5ลำกำลังถูกสร้างใกล้เสร็จที่อู่เรือดังกล่าวเมื่อ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

เป็นที่เชื่อว่ามียานเบาะอากาศชั้น Type 726 LCAC จำนวน 6ลำที่ได้เข้าประจำการในกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน(People’s Liberation Army Navy) แล้ว โดยลำแรก(หมายเลขเรือ 3320) ถูกพบครั้งแรกในช่วงปลายปี 2007
เป็นที่เข้าใจว่าเรือถูกส่งมอบให้กองทัพเป็นสองชุด โดยยานเบาะอากาศชุดแรก 3ลำมีรายงานว่าติดตั้งเครื่องยนต์ Gas Turbine แบบ UGT 6000 ยูเครน ขณะที่ 3ลำหลังเชื่อว่าติดตั้งเครื่องยนต์ Gas Turbine แบบ QC-70 ของจีนเอง

ยานเบาะอากาศ Type 726/Type 726A LCAC 4ลำสามารถบรรทุกไปกับอู่ลอย(Well Deck) ของเรืออู่ยกพลขึ้นบกชั้น Type 071 LPD(Landing Dlatform Dock) ความยาว 210m ระวางขับน้ำ 20,000tons ได้(NATO กำหนดรหัสชั้น Yuzhao)
เรือลำแรกของชั้น LPD-998 Kunlun Shan เข้าประจำการเมื่อปี 2007 และเรือลำที่ห้าของชั้นเพิ่งถูกปล่อยลงน้ำที่อู่เรือ Hudong-Zhonghua ใน Shanghai และคาดว่าจะเข้าประจำการได้ในปี 2018 ตามที่ได้รายงานไป(http://aagth1.blogspot.com/2017/06/type-071-lpd-4x4.html)

รายงานหนึ่งเกี่ยวเหตุผลของความล่าช้าในการสร้างยานเบาะอากาศชั้น Type 726 นั้นน่าจะเนื่องมาจากปัญหาความยุ่งยากทางเทคนิคในการบูรณาการติดตั้งเครื่องยนต์ QC-70 จีนกับ LCAC
รวมถึงข่าวลือถึงปัญหาอื่นๆ เช่น ข้อบกพร่องในระบบพังงาเรือ เรื่องการสั่นระดับความถี่ต่ำของเรือ และการที่เรือมีระดับเสียงที่ดังมาก

ตามการออกแบบที่ได้รับความช่วยเหลือจากภาคอุตสาหกรรมอากาศยาน Chengdu Aircraft Industry Group จีน ยานเบาะอากาศ Type 726 ดูมีความคล้ายคลึงกับยานเบาะอากาศ LCAC ของกองทัพเรือสหรัฐฯ(US Navy)
แต่ Type 726 LCAC จีนมีขนาดใหญ่กว่า และมีส่วนห้องที่ควบคุมเรือ/บังคับการเรือตั้งอยู่บนกราบซ้ายเรือ ตรงข้ามกับ LCAC สหรัฐฯที่ห้องควบคุมตั้งอยู่บนกราบขวาเรือครับ

วันอังคารที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2560

รถถังหลัก Karrar พร้อมจะส่งมอบให้กองทัพบกอิหร่าน

Karrar MBT tank ready to be delivered to the Iranian army 
Iranian made Karrar MBT main battle tank (Picture source IRNA)
https://armyrecognition.com/december_2017_global_defense_security_news_industry/karrar_mbt_tank_ready_to_be_delivered_to_the_iranian_army.html

รัฐมนตรีกลาโหมอิหร่าน พลจัตวา Amir Hatami ประกาศว่ารถถังหลัก Karrar ใหม่อันทันสมัยนำยุคที่พัฒนาสร้างในเองในประเทศได้เข้าสู่สายการผลิตจำนวนมากแล้ว และพร้อมที่จะส่งมอบให้กองทัพบกอิหร่านได้
รถถังหลัก Karrar นี้ได้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะครั้งแรกในเดือนสิงหาคมปี 2016 จากภาพวีดิทัศน์ของสถานีโทรทัศน์ Telewebion อิหร่าน ซึ่งถูกนำลงเผยใน Youtube แสดงภาพการทดสอบ ถ.หลัก Karrar ในทะเลทราย

"Karrar ได้พร้อมที่จะส่งมอบให้หน่วยผู้ใช้งานของกองทัพ" พลจัตวา Hatami กล่าวเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
ทั้งนี้เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา อิหร่านได้เปิดตัวรถถังหลัก Karrar พร้อมกับพิธีการเปิดสายการผลิตรถอย่างเป็นทางการ ซึ่งพิธีดังกล่าวมีอดีตรัฐมนตรีกลาโหมอิหร่าน พลจัตวา Hossein Dehghan ร่วมงานด้วย(http://aagth1.blogspot.com/2017/03/karrar.html)

"รถถังหลัก Karrar สามารถแข่งขันกับรถถังหลักที่ก้าวหน้าที่สุดในโลกในทั้งสามขอบเขตของ อำนาจการยิง, ความแม่นยำ และการเคลื่อนที่ เช่นเดียวกับการซ่อมบำรุง และความทนทานในสนามรบ"
พลจัตวา Dehghan อดีตรัฐมนตรีกลาโหมอิหร่านกล่าวที่พิธีการเปิดสายการผลิตรถถังหลัก Karrar ในเวลานั้น

วันที่ 12 มีนาคม 2017 พิธีเปิดสายการผลิตรถถังหลัก Karrar ที่อิหร่านพัฒนาเองในประเทศได้มีขึ้นที่ ศูนย์อุตสาหกรรมยานเกราะ Bani-Hashem ใน Dorud County จังหวัด Lorestan
ตามการวิเคราะห์โดยผู้เชี่ยวชาญทางทหารรถถังหลัก Karrar มีพื้นฐานพัฒนาจากรถถังหลัก T-72 ที่อิหร่านได้สิทธิบัตรการผลิตในประเทศจากรัสเซีย

โดยรถถังหลัก Karrar ใช้รถแคร่ฐานที่มีพื้นฐานจาก ถ.หลัก T-72 ที่ติดตั้งป้อมปืนแบบเชื่อมใหม่ลักษณะเดียวกับรถถังหลัก T-90 รัสเซีย ที่ติดตั้งปืนใหญ่รถถังลำกล้องเรียบขนาด 125mm พร้อมหม้อไล่ควันและปลอกกระจายความร้อนที่ลำกล้องปืน
รวมถึงปืนกลร่วมแกนขนาด 7.62mm และป้อมปืน Remote Weapon Staion ติดปืนกลหนักขนาด 12.7mm ที่ด้านบนหลังคาป้อมปืน

ปถ.125mm ของ ถ.หลัก Karrar สามารถยิงกระสุนมาตรฐานได้ทุกแบบ เช่น กระสุนเจาะเกราะสลัดครอบมีครีบทรงตัว APFSDS(armour-piercing fin-stabilised discarding Sabot), กระสุนระเบิดแรงสูงต่อสู้รถถัง HEAT(High-Explosive Anti-Tank),
กระสุนระเบิดแรงสูงแตกสะเก็ด HEF(High-Explosive Fragmentation) และอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถังนำวิถี Laser เช่นแบบ Tondar ระยะยิง 4,000m(อิหร่านลอกแบบจาก 9M119 Svir รัสเซีย)

รถถังหลัก Karrar ได้รับการป้องกันโดยเกราะปฏิกิริยาแรงระเบิด ERA(Explosive Reactive Armour) ที่ด้านหน้ารถแคร่ฐานและป้อมปืน ซึ่งจะป้องกันจากโจมตีจากอาวุธพลังงานเคมีและพลังงานจลน์ได้
และเกราะซี่กรงเหล็กที่ด้านท้ายป้อมปืนและรถแคร่ฐานเพื่อป้องกันการถูกยิงด้วยอาวุธต่อสู้รถถังหัวรบดินโพรงครับ

วันอาทิตย์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2560

เครื่องบินทิ้งระเบิด Tu-22M3M ที่ปรับปรุงใหม่จะกลับเข้าประจำการในกองทัพอากาศรัสเซีย

Repaired strategic bomber Tu-22M3 re-enters service with Russia’s Aerospace Force
Tu-22M3 bomber /Russian Defense Ministry Press Office/TASS
The bombers will get advanced precision weapons while their radio-electronic devices and engines will be similar to the equipment aboard the latest Tu-160M2 aircraft
http://tass.com/defense/978577

บริษัทอากาศยาน Tupolev รัสเซียได้ส่งมอบเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์พิสัยไกลติดอาวุธปล่อยนำวิถี Tu-22M3 ที่ได้รับการซ่อมแล้วเพิ่มเติมกลับเข้าประจำการในกองทัพอากาศรัสเซีย(Russian Aerospace Force) ตามที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัทรายงานเมื่อ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา
"เมื่อ 30 พฤศจิกายน เครื่องบินได้ออกจากสถานีทดสอบการบินที่โรงงานอากาศยาน Kazan ในเครือ Tupolev โดย Tu-22M3 ได้รับการดำเนินงานการควบคุมและการซ่อมหลายอย่างจากโรงงานของบริษัทเพื่อให้มันกลับมามีสภาพสมควรเดินอากาศ
ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญได้ดำเนินการทดสอบภาคพื้นดินที่สถานีทดสอบการบินของบริษัท การตรวจรับมอบ/ส่งมอบ และการบินทำความคุ้นเคยยังได้ประสบความสำเร็จอย่างดี" ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ Tupolev กล่าว

หลังจากที่ Tu-22M3 ถูกส่งมอบให้ผู้ใช้งาน เป็นธรรมเนียมที่จะมีการทำการบินของเครื่องผ่านโรงงานบริษัทและจากนั้นจะบินไปยังจุดหมายปลายทาง "เครื่องนี้เหมือนกับ Tu-22M3 ที่ประจำการเครื่องอื่นๆที่จะได้รับการปรับปรุงดัดแปลงเป็น Tu-22M3M ในปี 2018" Tupolev กล่าว
แหล่งข่าวในภาคอุตสาหกรรมความมั่นคงรัสเซียกล่าวกับ TASS เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า เหล่านักออกแบบได้เสร็จสิ้นการพัฒนาเอกสารสำหรับการปรับปรุงดัดแปลง Tu-22M3 เป็นรุ่น Tu-22M3M ซึ่งการปรับปรุงอย่างหนักนี้ของเครื่องที่ประจำการนี้จะเริ่มในปี 2018
เครื่องบินทิ้งระเบิด Tu-22M3M จะได้สามารถใช้อาวุธนำวิถีความแม่นยำสูงขั้นก้าวหน้าได้ ขณะที่อุปกรณ์วิทยุ-ไฟฟ้า และเครื่องยนต์ของพวกมันจะเป็นแบบเดียวกับอุปกรณ์ที่ติดตั้งกับเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ Tu-160M2 รุ่นใหม่ล่าสุด แหล่งข่าวเสริม

"การพัฒนาเอกสารสำหรับ Tu-22M3M ได้เสร็จสิ้นแล้ว และงานขณะนี้กำลังดำเนินการการที่โรงงานอากาศยาน Kazan เพื่อเตรียมสายการผลิตสำหรับการซ่อมและปรับปรุงความทันสมัยของเครื่องบินทิ้งระเบิดที่ประจำการในหน่วยบินของกองทัพอากาศรัสเซีย
เป็นการปรับปรุงอย่างหนักครั้งแรกของเครื่องบินเหล่านี้ตั้งแต่ระยะเวลาที่พวกมันพัฒนามาจะเริ่มต้นในปีหน้า Tu-22M3M มีระบบ Avionic ใหม่ที่สมบูรณ์แบบที่เป็นมาตรฐานเดียวกับ Tu-160M2 ยังรวมถึงระบบ Avionic อื่นทั้งระบบนำร่อง และศูนย์เล็ง"
แหล่งข่าวยังเสริมว่าหลังการปรับปรุง Tu-22M3M จะสามารถใช้ "อาวุธปล่อยนำวิถีความแม่นยำสูงพิสัยไกลยุคใหม่" ได้ รวมถึงการติดตั้งเครื่องยนต์ไอพ่นใหม่แบบเดียวกับ Tu-160M2(เครื่องยนต์ไอพ่น NK-32-02 ใหม่ที่ผลิตโดยบริษัทเครื่องยนต์อากาศยาน Kuznetsov ใน Samara)

ตามรายงานก่อนหน้านี้ เครื่องบินทิ้งระเบิด 30เครื่องจะได้รับการประบปรุงยกระดับเป็นรุ่น Tu-22M3M พวกมันจะได้รับการติดตั้งระบบวิทยุ-ไฟฟ้า SVP-24-22 และ Radar แบบ NV-45 ใหม่ ปรับปรุงห้องนักบินตามหลักสรีระศาสตร์ที่ดีขึ้น ระบบอุปกรณ์ประจำเครื่องใหม่
และยืดอายุการใช้งานเครื่องอีก 35ปี การปรับปรุงจะทำให้เครื่องบินทิ้งระเบิด Tu-22M3M สามารถติดตั้งใช้อาวุธนำวิถีตามแบบความแม่นยำสูง ที่รวมถึงอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนอากาศสู่พื้น Kh-32 ระยะยิง 600km
Tu-22M3 เป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์พิสัยไกลความเร็วเหนือเสียงติดอาวุธปล่อยนำวิถี ซึ่งปรับปรุงอย่างมากจาก Tu-22 รุ่นก่อนหน้า

เครื่องบินทิ้งระเบิด Tu-22M3 ได้รับการพัฒนาโดยสำนักออกแบบ Tupolev ตั้งแต่กลางปี 1970s เริ่มทำการบินครั้งแรกในวันที่ 20 มิถุนายน 1977 และเข้าประจำการในปี 1989 รัสเซียได้มีการผลิตเครื่องดังกล่าวราว 268เครื่อง
Tu-22M3 ทำความเร็วได้สูงสุด 2,000km/h มีเพดานบินสูง 13,300m พิสัยทำการ 6,800km สามารถบรรทุกอาวุธได้หนักรวม 24tons(เช่นอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Kh-22 และ Kh-15, ระเบิด และทุ่นระเบิดทะเล)
ปัจจุบันกองทัพอากาศรัสเซียมีเครื่องบินทิ้งระเบิด Tu-22M3 ประจำการ 62เครื่อง ซึ่งถูกนำไปใช้การปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อโรงงานของกลุ่มติดอาวุธก่อการร้ายในซีเรียครับ

ภาพเปิดเผยเรือดำน้ำนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธ Project 955A Borei-A ใหม่รัสเซีย

Images of Russian Project 955A SSBN reveal design changes



Although the propulsion elements were covered during the ceremony, this image of Russia’s new Project 955A SSBN clearly shows the revised tail arrangement. Source: Jane's
http://www.janes.com/article/75992/images-of-russian-project-955a-ssbn-reveal-design-changes


ชุดภาพถ่ายจากการเปิดตัวเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธ(SSBN) ชั้น Project 955A(09552) Borei-A ลำใหม่ล่าสุดชื่อ Knyaz Vladimir ของกองทัพเรือรัสเซีย ได้เปิดเผยการเปลี่ยนแปลงการออกแบบจำนวนมากจากเรือรุ่นก่อน
คือเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธชั้น Project 955(09551) Borei 3ลำแรกที่ประกอบด้วย K-535 Yuri Dolgoruky, K-550 Alexander Nevsky และ K-551 Vladimir Monomakh

เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธ Knyaz Vladimir ได้ถูกปล่อยลงน้ำที่อาคารก่อสร้างมีหลังคาครอบคลุมของอู่เรือ Sevmash ในเครือ United Shipbuilding Corporation(USC) กลุ่มอุตสาหกรรมทางเรือรัสเซียเมื่อวันที 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตามแผนจะส่งมอบเรือได้ในปี 2018
เรือดำน้ำนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธ Project 955A Borei-A ถูกออกแบบโดยสำนักออกแบบกลางวิศวกรรมทางเรือ Rubin ในเครือ USC โดยแบบแผนเรือดำน้ำนิวเคลียร์ชั้น Project 955 Borei ดั้งเดิมถูกออกแบบมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 1990s

ตามรายงานจากสำนักข่าว TASS รัสเซีย กุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนการปรับปรุงการออกแบบคือ การเพิ่มความเงียบ, การอำนวยความสะดวกการอยู่ประจำเรือของลูกเรือที่ดีขึ้น, เพิ่มความคล่องแคล่วในการเคลื่อนที่, เพิ่มประสิทธิภาพระบบตรวจจับ และการใช้และปรับปรุงอุปกรณ์ไฟฟ้าใหม่
การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือรูปทรงของโครงสร้างหอเรือ ซึ่งเรือดำน้ำชั้น Borei เดิมจะมีส่วนหอเรือด้านหน้าที่เอียงทำมุมยื่นไปด้านหน้า แต่เรือดำน้ำ Knyaz Vladimir จะมีหอเรือตามแบบดั้งเดิมตรงๆแต่มีมุมโค้งลาดเอียงเป็นขั้นเล็กน้อยเพื่อลดเสียงจากการไหลของน้ำทางอุทกพลศาสตร์

TASS ยังรายงานว่าการพัฒนาการเคลือบลดการสะท้อนเสียงแบบใหม่จะช่วยลดความแรงจากการเป็นเป้าหมายของการสะท้อนคลื่นเสียงจากระบบค้นหาของฝ่ายตรงข้าม
อีกการเปลี่ยนแปลงหนึ่งที่มีการรายงานคือสาย Cable Sonar ลากท้ายจากด้านบนของครีบแพนหางเสือแนวระดับ นี่น่าจะเป็นการอธิบายได้มากที่สุดโดยการย้ายไปยังแพนหางเรือแบบพื้นผิวปรับมุมได้เต็มตัวแบบในตำแหน่งของบานพับหางเสือที่ติดตั้งกับเรือชั้น Project 955 Borei รุ่นก่อนหน้า

การวิเคราะห์ยังเน้นว่าเรือแต่ลำของชั้น Project 955 รุ่นก่อนหน้าในข้อเท็จจริงมีความแตกต่างของรูปทรงหางเสือเล็กน้อย การย้ายไปยังการออกแบบหางเลือแบบปรับมุมได้เต็มตัวสะท้อนถึงความต้องการในการเพิ่มความคล่องแคล่วในการเคลื่อนที่ของการออกแบบเรือ
ทั้งนี้เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธชั้น Project 955A Borei-A ยังมีเรืออีก 4ลำที่อยู่ระหว่างการสร้างคือ Knyaz Oleg, Generalissimus Suvorov, Imperator Aleksandr III และ Knyaz Pozharskiy ครับ

วันเสาร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2560

ฟิลิปปินส์จะจัดหาเครื่องบินโจมตีเบาใบพัด Super Tucano บราซิล

Manila to beef up attack capability with Super Tucano
Manila has placed an order for six Embraer A-29 Super Tucano close air support aircraft.
Embraer
https://www.flightglobal.com/news/articles/manila-to-beef-up-attack-capability-with-super-tuca-443761/

กระทรวงกลาโหมฟิลิปปินส์ได้สั่งจัดหาเครื่องโจมตีเบาสนับสนุนทางอากาศใกล้ชิดเครื่องยนต์ใบพัดเดี่ยว A-29/EMB 314 Super Tucano จำนวน 6เครื่องวงเงิน $99 million ตามที่บริษัท Embraer บราซิลแถลง การส่งมอบจะมีขึ้นในสิ้นปี 2019
เครื่องบินโจมตีเบา/ฝึกขั้นก้าวหน้า Super Tucano นี้จะเพิ่มขีดความสามารถของกองทัพอากาศฟิลิปปินส์(Philippine Air Force)เป็นอย่างมาก ทั้งภารกิจการโจมตีภาคพื้นดินสนับสนุนทางอากาศใกล้ชิด, การสกัดกั้นทางอากาศ และการตรวจการณ์

"เราเป็นเกียรติที่ได้รับเลือกโดยกองทัพอากาศฟิลิปปินส์ผู้ใช้งานรายที่สองในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกของเรา และด้วยความมั่นใจที่แสดงจากลูกค้าเรา
Super Tucano เป็นเครื่องบินโจมตีเบาที่ดีที่สุดในตลาด และเรามั่นใจว่ามันจะประสบความสำเร็จต่อไปด้วยภารกิจที่ยอดเยี่ยมตามที่มันได้ถูกเลือกมา" Jackson Schneider ประธานและผู้อำนวยการบริหารของ Embraer Defense & Security กล่าว

กองทัพอากาศอินโดนีเซีย(TNI-AU: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Udara) เป็นลูกค้ารายแรกในกลุ่มประเทศ ASEAN ที่สั่งจัดหาเครื่องบินโจมตีเบาใบพัด Embraer A-29 Super Tucano เข้าประจำการ
แต่จากที่กองทัพอากาศอินโดนีเซียจัดหา Super Tucano มา 16เครื่อง ปัจจุบันเหลือ 15เครื่อง เนื่องจากตกไป 1เครื่องในปี 2016

เป็นที่เข้าใจว่ากองทัพอากาศฟิลิปปินส์น่าจะนำ Super Tucano มาทดแทนเครื่องบินโจมตีสองเครื่องยนต์ใบพัด Rockwell OV-10 Bronco จำนวน 8เครื่อง
ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเครื่องบินโจมตี บ.จ.๕ OV-10C ที่ได้รับการบริจาคจากกองทัพอากาศไทย(Royal Thai Air Force) และบางส่วนได้รับการปรับปรุงเป็นรุ่น OV-10M

ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมาบริษัท Embraer ได้ประกาศว่าได้รับการสั่งจัดหาเครื่องบินโจมตีเบา Super Tucano 6เครื่องจากลูกค้าที่ไปมาเป็นที่เปิดเผย แต่ Embraer กล่าวว่าสัญญาการจัดหานั้นเป็นคนละส่วนกับที่กองทัพอากาศฟิลิปปินส์สั่งจัดหา
โดยอากาศยานโจมตีสนับสนุนทางอากาศใกล้ชิดนั้นได้กลายเป็นความจำเป็นเร่งด่วนของกองทัพอากาศฟิลิปปินส์ หลังจากที่กองทัพฟิลิปปินส์ได้เสร็จสิ้นการรบกับกลุ่มติดอาวุธก่อการร้ายทียึดเมือง Marawi ในเกาะ Mindanao ไป

ซึ่งการรบที่เมือง Marawi นั้นกองทัพอากาศฟิลิปปินส์ได้นำอากาศยานหลายเข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ รวมถึงเครื่องบินขับไล่/โจมตีเบาไอพ่น Korean Aerospace Industries(KAI) FA-50 ที่จัดหาจากสาธารณรัฐเกาหลี 12เครื่อง ในการโจมตีอาคารที่มั่นในตัวเมืองอย่างแม่นยำ
ทั้งนี้กระทรวงกลาโหมฟิลิปปินส์ยังมีแผนความต้องการจะจัดหาเฮลิคอปเตอร์โจมตีใหม่อีกราว 24เครื่อง เพื่อเสริมเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดอาวุธ MD 520N Defender กับ AgustaWestland AW109E และเฮลิคอปเตอร์ค้นหากู้ภัยพื้นที่รบติดอาวุธ(CSAR) PZL W-3 ครับ

วันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2560

ความคืบหน้าโครงการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพไทยในปี ๒๕๖๐-๑๑

Defense and Security 2017 exhibition in Bangkok Thailand on 6-9 November.(My Own Photo)

สำหรับงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์นานาชาติ Defense and Security 2017 ที่ศูนย์จัดแสดงสินค้า Impact เมืองทองธานี กรุงเทพฯ ประเทศไทย ระหว่างวันที่ ๖-๙ พฤศจิกายนที่ผ่านมา
ผู้เขียนก็ได้มีรายงานพิเศษถึงข่าวคืบหน้าในโครงการพัฒนาและจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพไทยและภาคอุตสาหกรรมความมั่นคงของไทยอีกเป็นจำนวนมากครับ

ทั้งกองทัพบกไทย(Royal Thai Army) ที่สั่งจัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป ฮ.ท.๑๗ Mil Mi-17V5 เพิ่ม ๒เครื่อง โดยรัสเซียเสนอเฮลิคอปเตอร์โจมตี Kamov Ka-52 และ Mil Mi-35M ให้(http://aagth1.blogspot.com/2017/11/mi-17-ka-52-mi-35m.html)
ตุรกีเสนอเฮลิคอปเตอร์โจมตี TAI T-129 ATAK ให้กองทัพบกไทยเพื่อทดแทน ฮ.จ.๑ AH-1F(http://aagth1.blogspot.com/2017/11/tai-t-129-atak.html)
ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร ศอว.ศอพท. เปิดตัวเครื่องยิงลูกระเบิดอัตตาจรล้อยาง ATMM 120mm(http://aagth1.blogspot.com/2017/11/atmm-120mm.html)
ยูเครนยังคงเสนอยานเกราะล้อยาง BTR-4E 8x8 ให้กองทัพบกไทย และจะส่งมอบรถถังหลัก Oplot-T ให้ครบภายในปีหน้า(http://aagth1.blogspot.com/2017/11/btr-4e-oplot-t-2018.html)
NORINCO จีนให้ข้อมูลรถถังหลัก VT4 และยานเกราะล้อยาง VN1 8x8 ของกองทัพบกไทย(http://aagth1.blogspot.com/2017/11/norinco-vn1.html)
ระบบป้องกันภัยทางอากาศอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ MBDA VL MICA  และปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานลากจูง Oerlikon GDF-007 35mm+Skyguard 3 จะส่งมอบให้กองทัพบกไทยได้ในปีหน้า(http://aagth1.blogspot.com/2017/11/vl-mica-skyguard-3-2018.html)
บริษัท CHAISERI ไทยเปิดตัวรถหุ้มเกราะล้อยาง First Win II 4x4 พร้อมยานเกราะล้อยาง Condor รุ่นปรับปรุงใหม่ของกองทัพบกมาเลเซีย และได้งานซ่อมยานยนต์ของกองทัพฟิลิปปินส์(http://aagth1.blogspot.com/2017/11/chaiseri-first-win-ii-condor-asean.html)
บริษัท NIMR Automotive สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ลงนามข้อตกลงกับ FTECH ไทย เสนอรถยนต์บรรทุกหุ้มเกราะเบา Ajban 440A และ Ajban LRSOV ให้กองทัพบกไทย(http://aagth1.blogspot.com/2017/11/nimr-ajban.html)
บริษัท MARSUN ไทยเปิดตัวแบบยานผิวน้ำไร้คนขับ USV ใหม่ และแบบเรือต่างๆที่ต่อให้กองทัเรือไทย(Royal Thai Navy) หน่วยงานความั่นคงไทย และส่งออกต่างประเทศ(http://aagth1.blogspot.com/2017/11/marsun-usv.html)
สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ สทป. DTI เปิดตัวยานเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบกต้นแบบ AAPC 8x8 สำหรับนาวิกโยธิน กองทัพเรือไทย(Royal Thai Marine Corps, Royal Thai Navy)(http://aagth1.blogspot.com/2017/11/dti-aapc_14.html)
CSOC(China Shipbuilding and Offshore International Company) จีนแสดงแบบจำลองเรือดำน้ำ S26T ของกองทัพเรือไทย และแบบเรือดำน้ำสำหรับส่งออกสามแบบใหม่(http://aagth1.blogspot.com/2017/11/csoc-s26t.html)
บริษัท TKMS เยอรมนีเสนอเรือคอร์เวต MEKO A-100 และ BAE Systems สหราชอาณาจักรเสนอเรือฟริเกต Type 31 แก่กองทัพเรือไทย(http://aagth1.blogspot.com/2017/11/tkms-meko-100-bae-systems-type-31.html)
บริษัท Thales และ บริษัท Leonardo ลงนามความร่วมมือการถ่ายทอด Technology ให้ DTI ไทย(http://aagth1.blogspot.com/2017/11/thales-leonardo-dti.html)
บริษัท Daewoo Shipbuilding & Marine Engineering(DSME) สาธารณรัฐเกาหลีเปิดเผยกำหนดการส่งมอบเรือฟริเกตสมรรถนะสูง ร.ล.ท่าจีน(ลำที่๓) ให้กองทัพเรือไทย(http://aagth1.blogspot.com/2017/11/dsme-hhi.html)
กองทัพอากาศไทย(Royal Thai Air Force) จัดหาระบบอากาศยานไร้นักบินทางยุทธวิธีขนาดกลาง U1 ๑๗เครื่องเข้าประการใน ฝูงบิน๔๐๔ กองบิน๔ ตาคลี(http://aagth1.blogspot.com/2017/11/defense-security-2017.html)
บริษัท Korea Aerospace Industries(KAI) สาธารณรัฐเกาหลีเปิดเผยกำหนดการส่งมอบเครื่องบินฝึกนักบินขับไล่ T-50TH Golden Eagle ให้กองทัพอากาศไทย(http://aagth1.blogspot.com/2017/11/kai-t-50th-2018-2019.html)

จะเห็นได้ว่าโครงการจัดหาและโครงการพัฒนาอาวุธต่างๆของกองทัพไทย กระทรวงกลาโหมและภาคอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยในปัจจุบันนั้น จะเน้นการถ่ายทอด Technology เพื่อเสริมสร้างการพัฒนาอุตสาหกรรมความมั่นคงที่ยั่งยืนของชาติไทยเรามากขึ้น
ทุกวันนี้มีน้อยประเทศมากประเทศใดที่จะออกแบบและผลิตอาวุธที่ทันสมัยได้ด้วยตนเองเดี่ยวๆทั้งหมด โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนารายได้ปานกลางอย่างไทยเราต้องอาศัยความร่วมมือจากมิตรประเทศต่างในการวางรากฐานการพึ่งพาตนเองด้านความมั่นคงที่สมบูรณ์ในอนาคตครับ


First ASEAN Multilateral Naval Exercise of 9 South East Asia Naton include Royal Thai Navy FFG-421 HTMS Naresuan and FFG-422 HTMS Taksin, Royal Brunei Navy KDB Daruttaqwa, Royal Cambodian Navy KOH Kras, Indonesian Navy KRI Raden Eddy Martadinata, Royal Malaysian Navy KL Gagah Samudera and KD Lekiu, Myanmar Navy UMS King Kyan Sit Thar, Philippine Navy BRP Gregorio Del Pilar and BRP Tarlac, Republic of Singapore Navy RSS Steadfast RSS Independence RSS Valiant and Vietnam People's Navy HQ-012 Ly Thai To at Gulf of Thailand 21 November 2017
ASEAN NAVY:Stronger Together Forever
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=1894782197215955&id=944648738895977

Royal Thai Air Force Gripen C/D Fighter and SAAB 340 ERIEYE Airborne Early Warning and Control Fly Over Royal Thai Navy CVH-911 HTMS Chakri Naruebet and US Navy DDG-91 USS Pinckney the Arleigh Burke-class destroyer
during The 50th Anniversary of ASEAN's International Fleet Review 2017 at Pattaya, Chonburi Thailand 20 November 2017
https://www.facebook.com/RTAFpage/posts/1846585032037745

INTERNATIONALl FLEET REVIEW 2017 parade
https://www.facebook.com/944648738895977/videos/1891520210875487/

INTERNATIONALl FLEET REVIEW 2017 ภาพรวมบรรยากาศพิธีสวนสนามทางเรือนานาชาติฉลอง 50 ปีอาเซียน
https://www.facebook.com/944648738895977/videos/1892793810748127/

พิธีสวนสนามทางเรือนานาชาติฉลอง ๕๐ปี ASEAN ซึ่งกองทัพเรือไทยเป็นเจ้าภาพโดยมีเรือของกองทัพเรือไทย ๔๐ลำ และเรือของกองทัพเรือชาติ ASEAN และมิตรประเทศร่วมงานอีกรวม ๒๕ลำ
โดยมีอากาศยานของกองการบินทหารเรือ และกองทัพอากาศไทยร่วมบินแสดง เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมานั้น เป็นการแสดงถึงความร่วมมือกันกองทัพไทยและชาติ ASEAN มิตรประเทศครั้งยิ่งใหญ่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
โดยกลุ่มชาติ ASEAN ทุกประเทศนั้นส่วนใหญ่จะเรือรบชั้นนำของกองทัพเรือตนเองที่หลายลำก็เป็นเรือใหม่ที่ต่อในประเทศตนที่เพิ่งเข้าประจำการได้ไม่นาน เช่น เรือฟริเกต KRI Raden Eddy Martadinata(331) กองทัพเรืออินโดนีเซีย RSS Independence(15) กองทัพเรือสิงคโปร์ และ F12
F12 UMS Kyansittha(พระเจ้าจานสิตา) กองทัพเรือพม่า
รวมถึงเรือที่ทันสมัยของกองทัพเรือชาติมหาอำนาจเช่น DDG-91 USS Pinckney กองทัพเรือสหรัฐฯ, DDG-151 Zhengzhou กองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน โดยกองทัพเรือไทยได้นำเรือสนับสนุนการต่อต้านทุ่นระเบิด ร.ล.ถลาง เป็นเรือประธานพร้อมเรือตรวจการณ์ปืน ร.ล.แหลมสิงห์
เป็นเรือติดตาม ซึ่งทั้งสองลำเป็นเรือที่ต่อในไทย

รวมถึงการฝึกพหุภาคีกองทัพเรือ ASEAN ภาคทะเลครั้งแรกที่มีเรือรวม ๑๔ลำ อากาศยาน ๒เครื่อง และเฮลิคอปเตอร์ประจำเรือ ๕เครื่อง จากชาติ ASEAN ๙ชาติ(ยกเว้น ลาว)
โดยไทยส่ง ร.ล.นเรศวร และ ร.ล.ตากสิน พร้อมเฮลิคอปเตอร์ประจำเรือ ๑เครื่อง และเครื่องบินตรวจการณ์ผิวน้ำ ๑เครื่องเข้าร่วมฝึก พร้อมกำลังพลที่เข้าร่วม ๓๐๐นาย
ในหัวข้อ "การปกป้องคุ้มครองและรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเล" ผลของการฝึกในครั้งนี้จะทำให้กองทัพเรือ ASAEN สามารถปฏิบัติร่วมกันในการปกป้องทรัพยากรและความสงบสุขของภูมิภาคร่วมกัน
ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการฝึกทางเรือขนาดใหญ่ระดับนี้ นับเป็นความร่วมมือทางทหารระหว่างกันครั้งสำคัญของภูมิภาคนี้ในการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างชาติ ASAEN และเป็นที่สนใจของสื่อต่างประเทศเป็นอย่างมากครับ

Royal Thai Navy Officer of Audit Committee Inspection Director and Submarine Procurement Office before go to People's Republic of China 

คณะกรรมการตรวจการจ้าง ผู้ควบคุมงาน และ เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานสำหรับโครงการจัดหาเรือดำน้ำ เข้ารับโอวาทจากรองผู้บัญชาการทหารเรือ ก่อนเดินทางไปปฏิบัติราชการ ที่ สาธารณรัฐประชาชนจีน
วันนี้ ( 10 พฤศจิกายน 2560) พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ รองผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะ ประธานกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำน้ำ ได้ให้การต้อนรับ คณะกรรมการตรวจการจ้าง ผู้ควบคุมงาน และ เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานสำหรับโครงการจัดหาเรือดำน้ำ 
ที่จะเดินทางไปปฏิบัติราชการ ที่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งขอเข้าพบเพื่อรับโอวาทสำหรับใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน ณ ห้องรับรอง อาคารส่วนบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
ในการนี้ รองผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ให้โอวาทแก่คณะ ความว่า
“ การเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่เสมือนเป็นการไปออกรบ กรรมการตรวจการจ้าง เปรียบเสมือน “ผู้อาสาศึก” ที่จะนำความสำเร็จมาสู่โครงการ ซึ่งต้องใช้ความรู้ความสามารถ ความสามัคคี ทำงานเป็นทีมปรึกษาหารือเสมือนพี่น้อง และให้ยึดถือประโยชน์และความสำเร็จของกองทัพเรือ เป็นที่มั่น 
ดังพระราโชวาทของสมเด็จพระสังฆราชฯ ความว่า "สัพเพสัง สังฆภูตานัง สามัคคี วุฑฒิสาธิกา" ซึ่งแปลความว่า "ความพร้อมเพรียงแห่งชน ผู้อยู่ร่วมกันเป็นหมู่ ยังความเจริญวัฒนาถาวรให้สำเร็จ" 
และให้ยึดถือหลักในการทำงานร่วมกัน ดังคำกล่าวของนายกรัฐมนตรี สาธารณรัฐประชาชนจีน “แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง” เพื่อความสำเร็จของงานในภาพรวมเป็นสำคัญ
https://www.facebook.com/prthainavy/posts/1707880779263271

การเดินทางไปปฏิบัติราชการที่สาธารณรัฐประชาชนของคณะนายทหารเรือสำหรับโครงการจัดหาเรือดำน้ำแบบ S26T นั้นก็เป็นก้าวหลักสำคัญของการเริ่มต้นการมีเรือดำน้ำเข้าประการในกองทัพเรือไทยอีกครั้ง
ซึ่งจากประสบการณ์การจัดหาและใช้งานเรือผิวน้ำที่จัดหามาจากจีนของกองทัพเรือไทยที่ผ่านมา คณะกรรมการตรวจการจ้าง ผู้ควบคุมงาน และเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานโครงการจัดหาของกองทัพเรือไทยจะต้องทำงานเป็นเวลานานและเข้มงวดอย่างมาก
เพื่อที่จะให้มั่นใจได้ว่าทางจีนจะส่งมอบเรือดำน้ำที่มีคุณสมบัติและสมรรถนะเป็นที่น่าพอใจแก่ไทย และมีการถ่ายทอด Technology ความร่วมมือในการซ่อมบำรุงและวิทยาการด้านต่างๆที่เป็นประโยชน์กับไทยให้มากที่สุด
อย่างไรก็ตามระยะเวลา ๖ปีนั้นถือว่านานพอสมควร ซึ่งยังมีความเป็นไปได้อยู่ว่าโครงการจัดหาเรือดำน้ำอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปได้อีกในอนาคต โดยจนถึงขณะนี้ยังมีความพยายามจากกลุ่มที่ต้องการจะยกเลิกโครงการจัดหาเรือดำน้ำที่เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องอยู่ครับ


Royal Thai Navy OPV-552 HTMS Trang second Krabi class Offshore Patrol Vessel under construction at Mahidol Adulyadej Naval Dockyard Sattahip Chonburi, 28 November 2017

ใน 28 พ.ย.60 ฝ่ายสร้าง โดย อู่ราชนาวีมหิดลฯ นำชิ้นส่วน Block ของเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งลำที่ 2 (ร.ล.ตรัง) ลงสู่อู่แห้ง ของอู่ราชนาวีมหิดลฯ เพื่อนำดำเนินการต่อเรือในส่วนต่อๆ ไป 
หลังจากที่ได้ดำเนินการ ตัดและเชื่อมแผ่นเหล็กต่างๆ รวมถึงประกอบ แผ่นโลหะ เป็น Block ย่อยๆ ตามแบบที่ออกแบบไว้
อนึ่งการต่อเรือในปัจจุบันได้พัฒนาไปอย่างมาก ในเรื่องของเทคนิค โดยในปัจจุบันไม่มีการวางกระดูกงูเช่นในอดีตอีกต่อไป แต่ใช้วิธีการต่อเป็น Block ตามภาพ
https://www.facebook.com/NavyForLifePage/posts/1528873927150496

สำหรับความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชุด ร.ล.กระบี่ ลำที่๒ คือ ร.ล.ตรัง ที่อู่ราชนาวีมหิดลฯ นั้น เมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ที่ผ่านมาก็มีการเริ่มประกอบชิ้นส่วน Block ตัวเรือในอู่แห้งแล้ว
จากประสบการณ์ในการสร้าง ร.ล.กระบี่เป็นลำแรก และการพัฒนาวิถีการก่อสร้างเรือใหม่คือการให้เอกชนรับสร้างชิ้นส่วนต่างแล้วนำมาประกอบที่อู่ตามที่ได้รายงานไป(http://aagth1.blogspot.com/2017/09/blog-post_28.html)
ทำให้การก่อสร้างเรือของ ร.ล.ตรัง จะมีความรวดเร็วมากขึ้นโดยคาดว่าจะมีกำหนดการเข้าปรพการในในช่วงปลายปี พ.ศ.๒๕๖๑(2018) หรือต้นปี พ.ศ.๒๕๖๒(2019)
ทั้งนี้เนื่องจากสิทธิบัตรแบบเรือ BAE Systems 90m OPV ที่บริษัทอู่บางกอก(Bangkok Dock) จัดซื้อมาจะหมดอายุลง กองทัพเรือร่วมกับภาคเอกชนจะมีการเสนอและพิจารณาแบบเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งอาจรวมถึงเรือคอร์เวตใหม่ที่มีความต้องการสร้างเพิ่มอีก ๒ลำ ตามที่รายงานไปครับ


First Two Women Combat Ready Pilots of 601st Squadron Wing6 Royal Thai Air Force
นาวาอากาศเอก พรเดชน์ คงปั้น ผู้บังคับการกองบิน ๖ เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตร นักบินพร้อมรบ และประดับเครื่องหมายครูการบิน และนักบิน ๑ ฝูงบิน ๖๐๑ กองบิน ๖ ณ ฝูงบิน ๖๐๑ กองบิน ๖ เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๐
https://www.facebook.com/media/set/?set=a.1722893284430004.1073742459.838645852854756
https://www.facebook.com/WING6page/

สำหรับนักบินหญิงสองท่านแรกของกองทัพอากาศไทยก็ได้รับประกาศนียบัตรนักบินพร้อมรบ ประจำ ฝูงบิน๖๐๑ กองบิน๖ เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา
ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการมีนักบินพร้อมรบที่เป็นสุภาพสตรีปฏิบัติการในฝูงเครื่องบินลำเลียงของกองทัพอากาศไทย เช่น บ.ล.๘ C-130H ที่ประจำการในฝูงบิน๖๐๑ ครับ

(ในช่วงหลังปลายเดือนตุลาคมเป็นต้นมาจะเห็นได้ว่ามีการปลุกระดมจากบรรดาสื่อมวลชนที่ไร้จรรยาบรรณในวิชาชีพกับกลุ่มผู้ไม่หวังดีต่อชาติบ้านเมือนในการนำประเด็นต่างๆมาใช้ในการโจมตีทำลายภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือของกระทรวงกลาโหมและกองทัพไทยอย่างต่อเนื่อง
จะเห็นได้ว่ากลุ่มที่เคลื่อนไหวเหล่านี้ จริงๆไม่ได้หวังดีที่จะให้กองทัพและกลาโหมเป็นองค์กรที่สะอาดและโปร่งใสหรอก แต่มีเจตนาแฝงเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ โดยมีความพยายามบ่อนทำลายประเทศของเราเพื่อให้เปลี่ยนให้เป็นแบบที่พวกตนต้องการมานานเสียมากกว่า
ซึ่งคงจะต้องกล่าวกันตรงๆว่า แนวคิดการล้มล้างระบอบการปกครองหรือแบ่งแยกราชอาณาจักรไทยเพื่อจัดตั้งเป็นประเทศใหม่ยังคงมีความเคลื่อนไหวอยู่ ดังนั้นพวกนี้จะใช้ทุกวิถีทางเพื่อต้องการจะหวังผลให้ยุบเลิกกองทัพจะได้เข้ามายึดครองประเทศหรือแบ่งแยกแผ่นดินได้ง่ายขึ้น
แต่เราจะไม่กล่าวถึงเรื่องพวกนี้ในเชิงลึกครับ เพราะขัดเจตนาของ Blog ที่ต้องการจะให้เป็นแหล่งความรู้ทางวิชาการ ซึ่งไม่เหมือนชุมชนทางทหารบางที่ที่มีกฎห้ามคุยเรื่องการเมืองแต่ถ้าใช้วิธีว่าแบบอ้อมๆดูหมิ่นใส่ร้ายถึงสถาบันหลักของชาติผู้ดูแลก็ทำเป็นไม่สนปล่อยผ่านได้
โดยทุกวันนี้ก็มี Page Facebook และ Youtube Channel ของผู้ที่ตั้งตนเองขึ้นมาเป็นศาสตราจารย์เก๊ ดอกเตอร์เก๊ ทหาร-ตำรวจเก๊ และศาลเตี้ย เพื่อแต่งเรื่องต่างๆที่ไร้ความน่าเชื่อถือเยอะมากขึ้น เห็นจะมีเรื่องจริงอย่างเดียวคือเลขบัญชีธนาคารให้คนหลงไปบริจาคเงินเข้ากระเป๋าตนเองครับ)

วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

Defense & Security 2017: งานวิจัยพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ของไทย

Ministry of Defense Thailand with Defence Technology Institute(DTI) and other Department has unveiled range of Research and Development Programmes at Defense and Security 2017 exhibition in Bangkok Thailand on 6-9 November.
กระทรวงกลาโหมและหลายหน่วยงาน เช่น สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ สทป. หรือ DTI ได้จัดแสดงโครงงานวิจัยด้านความมั่นคงหลายโครงการที่พัฒนาด้วยตนเองในไทย ซึ่งส่วนใหญ่สื่อต่างประเทศ(หรือแม้แต่สื่อไทย)ไม่ค่อยให้ความสนใจนัก
ในงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ Defense and Security 2017 ที่ศูนย์จัดแสดงสินค้า Impact เมืองทองธานี กรุงเทพฯ ประเทศไทย ระหว่างวันที่ ๖-๙ พฤศจิกายนที่ผ่านมา

Tank Driver Training Simulator and Weather Modification Rocket(My Own Photo)

Clip: DTI's Tank Driver Training Simulator
https://www.facebook.com/dtithailand/videos/868180120008656/

เครื่องฝึกจำลองยุทธของพลขับรถถัง ซึ่ง DTI กำลังพัฒนาต้นแบบสำหรับกองทัพบกไทย(Royal Thai Army) นั้นตัวที่จัดแสดงในงานเป็นเพียงแบบบจำลอง(Mock up)สำหรับการสาธิตเท่านั้น ยังไม่ใช้ระบบที่จะใช้จริง
จะเห็นได้ว่าพื้นฐานเป็นระบบจำลองการขับยานพาหนะบนภูมิประเทศ ซึ่งใช้พวกมาลัยรถแข่ง(Racing Wheel Joystick) และระบบเคลื่อนไหว hydraulic สำหรับ Computer Game Engine ที่หาได้ในท้องตลาด(on-the-shelf)
โดยระบบจำลองจะมีระบบความยากสามระดับ ซึ่งถ้าจะมีการพัฒนาไปใช้งานจริงจะต้องพัฒนาระบบควบคุมให้ใกล้เคียงกับสถานีพลขับของรถถังที่ใช้งานในกองทัพจริงๆครับ
แบบจำลองจรวดดัดแปรสภาพอากาศสำหรับสนับสนุนการทำฝนหลวง ก็เป็นอีกโครงการของ DTI ที่ใช้วิทยาการจรวดมาใช้งในงานช่วยประชาชนครับ


Royal Thai Air Force Tigershark II Unmanned Aerial Vehicle(UAV) and U1 Unmanned Aerial System(UAS)(My Own Photos)
กองทัพอากาศไทย(Royal Thai Air Force)ได้จัดแสดงอากาศยานไร้นักบินทางยุทธวิธีขนาดกลาง บร.ทอ.๑ Tiger Shark II ที่พัฒนาโดย ศูนย์วิจัยพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีการบินและอวกาศกองทัพอากาศ
และระบบอากาศยานไร้นักบินทางยุทธวิธีขนาดกลาง U1 ซึ่งมีพื้นฐานพัฒนาจากระบบอากาศยานไร้นักบิน Sky Scout Tactical UAS ของบริษัท RV Connex ไทย ซึ่งกองทัพอากาศได้สั่งจัดหา ๑๗เครื่องเข้าประการใน ฝูงบิน๔๐๔ กองบิน๔ ตาคลี
U1 UAS นั้นมีความแตกต่างจาก Tigershark ที่เป็นอากาศยานแบบ RC(Remote Controlled) ที่นักบินจะต้องควบคุมเครื่องเครื่องเดียวโดยตรงตลอดเวลาปฏิบัติการ
แต่ U1 นั้นจะสามารถควบคุมได้พร้อมกันหลายๆเครื่องผ่านเครื่องข่ายสถานีควบคุม(ตู้สินค้าดัดแปลงด้านหลัง UAV) และจะพัฒนาให้สื่อสารผ่านดาวเทียมในระยะไกลได้ครับ

DTI Hand-launched Unmanned Aerial Vehicle Mini UAV(My Own Photo)
อากาศยานไร้นักบินทางยุทธวิธีขนาดเล็ก Mini UAV ซึ่งทำการส่งขึ้นบินด้วยมือ เป็นอีกงานวิจัยของ DTI ที่มีการผลิตเพื่อส่งมอบให้หน่วยงานของกองทัพในภาคสนามใช้งานตามชายแดน เช่น ชายแดนอีสาน และชายแดนภาคใต้แล้วครับ

Royal Thai Air Force Prototype of Multi-Type UAV Flight Simulator for External Pilot(My Own Photo)
ระบบเครื่องฝึกบินจำลอง Multi-Type UAV สำหรับนักบินภายนอก ต้นแบบโดย กรมสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ทหารอากาศ สำหรับฝึกจำลอง UAV หลายแบบที่ประจำการในฝูงบิน๔๐๔ ครับ


Naval Research and Development Office, Royal Thai Navy Riverine Unmanned Surface Vehicles: USV(My Own Photos)
เรือไร้คนขับสนับสนุนการปฏิบัติการในลำน้ำ โดย สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ ตัวเรือยาว 6m กว้าง 1.5m ลึก 0.8m กินน้ำลึก 0.28 ระวางขับน้ำ 850kg ความเร็วสงสุด 20knots มีสถานีควบคุมเรือด้วยบุคคลได้ ๑นาย ระยะปฏิบัติการ 60nmi ที่ความเร็วเดินทาง 12knots
เรือไร้คนขับ USV สามารถนำไปใช้ปฏิบัติการในลำน้ำและสนับสนุนการรักษาความปลอดภัยในท่าเรือของฐานทัพเรือ และการตรวจค้นหาทางทะเลระยะใกล้ หรือนำไปประยุกต์ใช้กับหน่วยอื่นๆได้ครับ


Royal Thai Marine Corps, Royal Thai Navy High-Speed Amphibious Vehicle: HAV(My Own Photos)
รถต้นแบบสะเทินน้ำสะเทินบกความเร็วสูง โดย หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือไทย สามารถปฏิบัติการได้ทั้งบนบกและในน้ำ ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล และ Water Jet ในการขับเคลื่อนบนผิวน้ำ มีความคล่องตัวสูง
สามารถใช้ในปฏิบัติการทางทหารโดยติดปืนกลและเกราะป้องกันกระสุนปืนเล็กพร้อมเครื่องมือสื่อสาร หรือใช้ในการช่วยผู้ประสบภัยพิบัติโดยติดเปลพยาบาลและอุปกรณ์อื่นๆได้ครับ

Naval Research and Development Office, Royal Thai Navy 105mm Field Artillery FDC: Fire Direction Controller(My Own Photo)
ระบบโปรแกรมอำนวยการยิงปืนใหญ่สนามขนาด 105mm โดย สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ

Riverine Squadron, Royal Thai Fleet, Royal Thai Navy Adjustable Blank Firing Attachment(ABFA) for Machine Gun 7.62mm(My Own Photo)
ปลอกทวีกำลังดันกระสุนฝึกแบบปรับค่าได้ของปืนกลขนาด 7.62mm โดย กองเรือลำน้ำ กองเรือยุทธการ กองทัพเรือไทย

Naval Research and Development Office, Royal Thai Navy Field Infantry Tactical Observation Robot(FITOR) Unmanned Ground Vehicle(UGV)(My Own Photo)
หุ่นยนต์ภาคพื้นดินสนับสนุนปฏิบัติการทางทหาร โดย สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ

Naval Research and Development Office, Royal Thai Navy Special Operations Support Catamaran(My Own Photo)
โครงการวิจัยและพัฒนายาน Catamaran สนับสนุนปฏิบัติการพิเศษ โดย สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ ความยาว 11m กว้าง 3.2m กินน้ำลึก 0.4m บรรทุกผู้โดยสารได้ ๖คน เครื่องยนต์ 150HP สองเครื่อง ความเร็ว 25-30knots
ตัวเรือทำด้วย Aluminums สามารถเคลื่อนย้ายด้วยรถลาก เดินเรือในน้ำตื้นโดยไม่ส่งผลต่อสภาพแวดล้อม ง่ายต่อการซ๋อมบำรุง ติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆตามภารกิจได้ครับ

Naval Research and Development Office, Royal Thai Navy Fixed wing Unmanned Aerial Vehicle with Vertical takeoff and landing Enable Capability(FUVEC)(My Own Photo)
อากาศยานไร้นักบินปีกนิ่งขึ้นลง-ทางดิ่ง FUVEC ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท Top Engineering Group ไทย ร่วมกับ สปท.DTI และ สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ
ติดตั้งกล้องตรวจการณ์ความคมชัดสูงทั้งกลางวันและกลางคืน สำหรับภารกิจลาดตระเวนทางอากาศ ซึ่งมีการนำไปทดสอบทดลองใช้งานแล้วครับ

Naval Research and Development Office, Royal Thai Navy Tactical Assault Rifle Enabled Multirotor(TAREM) Marine UAV(Unmanned Aerial Vehicle)(My Own Photo)
อากาศยานไร้นักบินปีกหมุนขึ้น-ลงทางดิ่งติดตั้งปืนเล็กยาว โดย สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ ร่วมกับ DTI และภาคเอกชน ทำงานได้ ๑ชั่วโมง ๓๐นาที มีพิสัยทำการควบคุมและรับสัญญาณภาพประมาณ 10km
สามารถติดตั้ง ปืนพก ปืนกลมือ และปืนเล็กยาวจู่โจม สำหรับสนับสนุนภารกิจทางทหาร ซึ่งนาวิกโยธินไทยได้นำไปใช้ทดสอบที่ชายแดนภาคใต้แล้วครับ


Army Military Intelligence, Royal Thai Army Small UAV and Mini UAV(Unmanned Aerial Vehicle)(My Own Photos)
อากาศยานไร้นักบินขนาดเล็กแบบปีกติดลำตัว Small UAV โดย หน่วยข่าวกรองทางทหารกองทัพบก บินได้นาน ๓ชั่วโมง รับส่งสัญญาณภาพ Real Time สัญญาณควบคุม Manual และ Auto ได้ในระยะไกลถึง 20km เพดานบินสูงสุด 7,500ft.
และอากาศยานตรวจการณ์ไร้คนขับขนาดเล็ก Mini UAV ผลิตจากโฟมประเภท RC-Model ปีกกว้าง 1.7m ลำตัวยาว 1m น้ำหนักพร้อมบิน 3.5kg ระยะปฏิบัติการ 20km ระยะเวลาปฏิบัติการ ๑๒๐นาที เพดานบินสูงสุด 3,000ft. ความเร็วสูงสุด 100km/h มีกล้อง Optical/FLIR ทำงานได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

The Army Research and Development Office, Royal Thai Army A Development on Design and Manufacturing of Seals and the O-Rings used in GHN-45A1, M71 and M198 155mm Towed Howiter(My Own Photo)
การพัฒนาออกแบบและผลิตชุดแหวนยางกันซึมที่ใช้ในปืนใหญ่หนักกระสุนวิถีราบ ปนร.๓๔ GHN45A1 ปืนใหญ่กลางกระสุนวิถีโค้ง ปกค.๒๕ M198 และปืนใหญ่หนักกระสุนวิถีราบ ปนร.๒๐ M71 ขนาด 155mm โดย สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบก ร่วมกับ
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สาเหตุหลังที่ไทยเราต้องวิจัยชิ้นส่วนเหล่านี้ด้วยตนเอง เนื่องจากปืนใหญ่ลากจูงเหล่านี้ประจำการมานานจนผู้ผลิตเลิกสายการผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ไปแล้ว เราจึงต้องวิจัยพัฒนาเพื่อยืดอายุการใช้งานปืนใหญ่สนามต่อไปเป็นการประหยัดงบประมาณอันมีค่าครับ

Royal Thai Army Ordnance Department Type 51B Light Truck 4x4(My Own Photo)
รถยนต์บรรทุกขนาดเบา 4x4 รยบ.๕๑B โดย กรมสรรพาวุธทหารบก มีมุมถึงลาด ๔๐องศา มุมจากลาด ๔๐องศา น้ำหนักบรรทุกพร้อมกำลังพล ๓นาย บนถนน 800kg ในภูมิประเทศ 300kg ลุยน้ำลึก 50cm ไต่ลาดชัน 60% ข้ามเครื่องกีดขวาง 25cm
ระยะปฏิบัติการบนถนนไม่น้อยกว่า 500km ในภูมิประเทศไม่น้อยกว่า 280km ความเร็วสูงสุดไม่น้อยกว่า 100km/h เครื่องยนต์ดีเซลสี่จังหวะระบายความร้อนด้วยน้ำกำลัง 150HP แรงบิดสูงสุด 343N/m ระบบไฟฟ้า 12v และ 24v บรรทุกกำลังพลได้ไม่น้อยกว่า ๔นายพร้อมสัมภาระ
สามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับงานทางยุทธการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ติดตั้งเครื่องมือสื่อสาร และอุปกรณ์เพิ่ม ลากจูงยุทโธปกรณ์ที่ใช้กับ รยบ.1/4tons ได้ มีเครื่องปรับอากาศ และห่วงยึดตรึงสำหรับบรรทุกด้วยขบวนรถไฟและขนส่งทางอากาศครับ

The Army Research and Development Office, Royal Thai Army An Enhancement of Convergence Communication System(CCS) with Global Navigation Satellite System(GNSS) to Support Operation(My Own Photo)
การเพิ่มสมรรถนะของระบบสื่อสารแบบควบรวม ด้วยเทคโนโลยีระบุพิกัดจากดาวเทียมหลายระบบ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจทางทหาร โดย สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบก

Surasakmontri Camp Hospital, Royal Thai Army Lerprat Eye Irrigation
อุปกรณ์ช่วยล้างตา โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี กองทัพบก




Military Expolsive Factory, Defence Industry Department, Defence Industry and Energy Center, Propellant Products
include research and development of ammunition propellant for 30x165mm(ZTM-1 cannon on BTR-3E1)  and 30x173mm(MSI DS30M naval gun) (My Own Photos)
ผลิตภัณฑ์โรงงานวัตถุระเบิดทหาร กรมการอุตสาหกรรมทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร เช่น
โครงการพัฒนาและวิจัยดินส่งกระสุนสำหรับกระสุนขนาด 30x165mm ที่ใช้กับปืนใหญ่กล ZTM-1 ของยานเกราะล้อยาง BTR-3E1 และกระสุนขนาด 30x173mm ที่ใช้ปืนใหญ่กลเรือ DS30M

Military Research and Development Centre, Defence Science and Technology Department Non-Linear Junction Detector(NLJD)(My Own Photo)
เครื่องมือค้นหาวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่มีสารกึ่งตัวนำเป็นส่วนประกอบ โดย ศูนย์วิจัยและพัฒนาการทหาร กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม สำหรับตรวจจับวงจรระเบิดแสวงเครื่องหรืออุปกรณ์ดักฟัง



Weapon Production Centre, Defence Industry and Energy Center Artillery Ammunition and Grenade(My Own Photos)
ผลิตภัณฑ์กระสุนปืนใหญ่และลูกระเบิดยิง โดย ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร ที่เป็นการพึ่งพาการผลิตกระสุนด้วยตนเองในไทยและยังหาแนวทางที่จะผลิตส่งออกต่างประเทศ เช่น
กระสุนระเบิดกระเทาะเกราะส่องวิถี M156 HESH-T สำหรับปืนใหญ่รถถัง M68 และ L7 ขนาด 105mm NATO, กระสุนปืนใหญ่สำหรับปืนใหญ่สนามขนาด 105mm และ 155mm, ลูกระเบิดยิงสำหรับเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 120mm, 81mm และ 60mm

Defence Pharmaceutical Factory, Defence Industry and Energy Center Products (My Own Photo)
ผลิตภัณฑ์ของ โรงงานเภสัชกรรมทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร ทั้งผงป้องกันอาการคันในร่มผ้า(โรงสังคัง) ชุดสีพรางบุคคลเพื่อใช้ในราชการกองทัพไทย, สูตรตำหรับยาฉีดต้านพิษเคมี, สารทากันยุง และยาเม็ดทำน้ำบริสุทธิ์

สำหรับรายงานพิเศษงานแสดง Defense and Security 2017 ที่ได้ดำเนินมาตลอดทั้งเดือนก็คงจะสิ้นสุดกันในบทความนี้ครับ โดยแม้ว่าผู้จัดแสดงงานจะมีมากขึ้นถึงร้อยละ๒๕ จากปี 2015 แต่ส่วนจัดแสดงหลายๆบริษัทกลับมีขนาดเล็กมากกว่าเดิม(ขณะที่พื้นที่ในงานมีที่ว่างอีกมาก)
งาน D&S2017 ยังไม่ปรากฎบริษัทอาวุธยุทโธปกรณ์ชั้นนำอีกหลายบริษัทครับ เช่น Boeing, Airbus, Bell, Sikorsky(ในเครือ Lockheed Martin), Naval Group หรือ AVIC จีน ซึ่งถ้างานมีบริษัทใหญ่ๆมาร่วมงานมากกว่าบริษัทเล็กที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ดูใกล้เคียงกันจะดีกว่านี้มาก เช่น Emtan อิสราเอล ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติไทยเพิ่งจัดหาปืนเล็กสั้น MZ-4 ไปจำนวนหนึ่ง กับ DASAN สาธาณรัฐเกาหลี ซึ่งต่างมีผลิตภัณฑ์ปืนเล็กยาวที่ลอกแบบจาก AR15/M4 แม้แต่ Colt & Aimpoint สหรัฐฯ หรือ CZ เช็ก ก็ไม่มีปืนหรือกล้องเล็งใหม่ๆมาแสดง
และจะเห็นได้ว่าปีนี้ภาคอุตสาหกรรมตุรกีรุกไทยและ ASEAN หนักมากมาถึงกว่า ๑๕บริษัท ขณะที่ อินเดีย รัสเซีย และยุโรปตะวันออก เช่น เซอร์เบีย เบลารุส ส่วนจัดแสดงเล็กลงไปเยอะ
ทั้งนี้ก็หวังว่าจะได้รับโอกาสได้เข้าชมงานในครั้งหน้าขอบคุณที่ติดตามมาตลอดครับ